Archive
How to Password Protect Excel File
1. In Excel, select File (Ribbon button) -> Save as –> and the select the file type
2. Select Tools –> General Options
3. Enter password if you want to key-in password to open/modify (Delete the password if you want to remove the existing password)
++ Goodbye BB – Welcome Iphone 4s ++
ใช้ BB curve 8520 มาได้ 2 ปีพอดีๆ เพราะจำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาธันวาปี 2552 ราคาพนักงาน 9900 บาท สองปีผ่านไป ราคาตกมาเหลือประมาณ 6000 ก็โอเคนะ แต่หลังๆเริ่มขัดใจเพราะว่า BB ไม่ค่อยมี app อะไรมารองรับ แถมไอ้ 8520 นี่ก็ไม่ support 3G และตอนนี้กระแส 3G กำลังแรง รวมทั้งขัดใจเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วรูปมันแบบว่ากากกกกมาก ^^” เลยได้ฤกษ์เปลี่ยนมือถือใหม่สักทีละ spec ของ iphone 4s มีส่วนที่เปลี่ยนไปจาก iphone 4 ไม่ถือว่าเยอะมาก เน้นเรื่อง cpu แรงขึ้น กับกล้องที่เทพขึ้น แต่แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เรารอได้ละ เพราะตอนที่เริ่มอยากเปลี่ยนมือถือนั่น 4s ยังไม่ออก แต่จะซื้อ 4 ไปเลยก็กระไรอยู่ เพราะรู้ๆอยู่ว่า 4s กำลังจะเปิดตัวอยู่แล้ว ด้วย spec ที่ต่างกันประมาณนี้
|
|
Iphone 4s |
Iphone 4 |
|
Processor |
Dual-core Apple A5 |
Apple A4 |
|
Display |
3.5-inch IPS 960 x 640 |
3.5-inch IPS 960 x 640 |
|
Primary camera |
8 megapixel AF with flash and |
5 megapixel AF with flash |
|
Secondary camera |
VGA at 30fps |
VGA |
|
Video recording |
1080p at 30fps, optional |
720p at 30fps, optional iMovie |
|
Cellular |
Hybrid GSM / CDMA “World |
Quadband GSM, pentaband HSPA |
|
WiFi |
802.11b/g/n |
802.11b/g/n |
|
Orientation sensing |
Accelerometer, digital |
Accelerometer, compass, |
|
FaceTime video calling |
Yes |
Yes |
|
SIM standard |
Micro SIM |
Micro SIM |
|
Battery life |
Up to 8 hours talk time |
Up to 7 hours talk time |
|
3G |
3G |
|
|
Up to 14 hours talk time on 2G |
Up to 14 hours talk time on 2G |
|
|
Up to 6 hours data on 3G |
Up to 6 hours data on 3G |
|
|
Up to 9 hours data on |
Up to 10 hours data on |
|
|
Up to 40 hours audio |
Up to 40 hours audio |
|
|
Up to 10 hours video |
Up to 10 hours video |
|
|
Up to 200 hours on standby |
Up to 300 hours on standby |
|
|
Weight |
140 grams / 4.9 oz |
137 grams / 4.8 oz. |
|
Dimensions |
115.2 x 58.6 x 9.3mm |
115.2 x 58.6 x 9.3mm |
iphone 4s นี่ตอนแรกมีเปิดให้พนักงาน dtac จอง online ด้วย แต่ต้องอาศัยโชคนะ เพราะมี lot แรกให้พนักงานแค่ 100 เครื่อง แต่ไม่ได้ราคาพิเศษ จองไปด้วยแหล่ะแต่ไม่ได้ … แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ เพราะเวลาเดียวกัน apple ประกาศให้สั่งซื้อผ่าน apple store online ได้เลย ราคาถูกกว่าซื้อศูนย์อีก เรากะโดมก็เลยจัดกันไปคนละเครื่อง ของเราสั่งสีดำ 16 GB (20,900) ส่วนของโดมสั่งสีขาว 32 GB (24,900) ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่าศูนย์เครื่องละ 1,550 เพราะ 16 GB เครื่องศูนย์ 22,450 (หรือพนักงานก็ราคาเดียวกัน) … กดสั่งซื้อไปตอนเย็นวันที่ 19 Dec 2011 ทั้ง 2 เครื่อง ห่างกันเครื่องละครึ่งชั่วโมง ได้ order confirm พร้อม delivery period 29 Dec 2011 – 6 Jan 2012 ของโดมที่กดสั่งไปก่อนได้รับของวันที่ 5 Jan 2012 ส่วนของเราได้วันที่ 6 Jan 2012 โดย ship ออกมาจาก singapore by DHL สามารถ track status ของ shipment ได้แบบ online แบบค่อนข้างละเอียดเลย อย่างของเราให้ส่งไปที่อู่ พอ check online ปุ๊บก็สามารถบอกได้เลยว่าของถึงตอนกี่โมง และใครเป็นคนรับของ ^^
พูดถึงเรื่อง packaging เราว่าเค้า pack มาได้ดีมาก เพราะแกะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีพลาสติกยึดเอาไว้กับตัวกล่องไม่ให้โยกไปมา ส่ว่นอุปกรณ์ที่มีให้มาก็จะมีหัวชาร์จ/สาย usb/หูฟัง/คู่มือ ส่วนตัวเครื่องจะมีแผ่นกันรอยแปะมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง … ก่อนใช้งานก็ต้องไปศูนย์ dtac ขอ micro sim ก่อน โดย sim เก่าเราเป็น atmsim เพราะงั้นตอนขอ sim ใหม่ก็ต้องบอกเค้าว่าขอเป็น micro atmsim ไม่งั้นพนักงานก็จะให้ micro sim ธรรมดาๆมาแทน
ก่อนที่จะ switch เครื่องก็ต้องทำการ backup พวก contacts ทั้งหลายแหล่ก่อน … อันนี้ยุ่งยากนิดหน่อย เพราะว่า contacts ใน BB เรามีที่เก็บไว้ใน account ของ gmail กับ account ของ mail ที่ทำงาน เพราะงั้นเราเลยต้องทำหลาย steps หน่อย
1. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก bb ไป gmail
2. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก gmail ลง iphone
3. ใช้ itune บนเครื่องที่เก็บ outlook contacts เพื่อ sync contacts ที่เหลือลง iphone
ขำตัวเองตอนรับสายแรก หลังจากเสียบ sim แล้ว turn on iphone คือพอดีแม่โทรเข้ามา เราก็รับ แต่กลายเป็นเราไม่ได้ยินอะไรเลย ฮัลโหลอยู่สองสามที เลยนึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะเป็นเพราะแผ่นปิดกันรอย เลยลอกออก ถึงจะฟังได้ 555++ หลังจากนั้น ก็เลยรีบไป fortune ติดฟิล์มกันรอยซะ ทั้งด้านหน้าด้านหลัง แล้วก็ซื้อเคส จะได้สมบุกสมบันได้อย่างสบายใจ
หลังจากใช้งานมาได้สักอาทิตย์นึง เราก็ชอบนะ app มีให้โหลดเยอะดี หน้าจอสวย ถ่ายรูปสวย หัดใช้งาน Siri ก็สนุกดี ขัดใจอยู่เรื่องแบตนี่แหล่ะ ที่สูบเร็วมาก ไม่ค่อยได้เล่นอะไรเท่าไหร่นี่ใช้งานประมาณ 8:00 – 14:00 แบตก็จะเหลือประมาณ 20% แล้ว แถม ios 5.0.1 นี่ยังไม่มี option ให้ปิด 3G ด้วย คงต้องรอ version หน้าที่น่าจะมี (เพราะตอนนี้ version beta มี option ให้ปิดได้แล้ว) สรุปว่าถ้าแก้ไขเรื่องแบตหมดเร็วได้นี่จะแจ่มมากๆ
Review: Blackberry Playbook WIFI 16 GB
ช่วงนี้กระแส Tablet มาแรงมากมาย ก่อนหน้านี้ก็มีทั้ง IPAD, Galaxy Tab จนตอนนี้ IPAD2 ก็เพิ่งออกมา คุณน้องชายจัด IPAD2 16 GB สีขาวไปก่อนเลย สุดท้ายเราก็ต่อต้านกิเลสไม่ไหว ขอจัดบ้าง วันที่ 28 May 2011 กำลังเซ็งๆเรื่องงานก็หาเรื่องเสียตังค์เลยดีกว่า ไป MBK เลย เดินไปร้านของ BLINK7 ของ L77 จัด "RIM: Blackberry Playbook 16GB WIFI" มาในราคา 15400 + ติดฟิล์มกันรอยอีก 300 แบบว่าไม่รอ launch ในไทยละ เพราะลองถามไปที่ RIM ที่รู้จักกัน เค้าก็บอกว่ากำหนดการในไทยยังไม่แน่นอน แต่น่าจะราวๆปลายเดือนมิถุนาฯ ก็อีกเดือนนึงเลยนะ เลยแบบว่าจัดเลยดีกว่า แบบว่าวัยรุ่น ใจร้อนนนนน
ตอนไปซื้อที่ร้าน เค้าไม่ได้ทำอะไรให้เลย แถมที่ร้านยังบอกว่าผมเชียร์ให้ซื้อ IPAD2 มากกว่านะ แต่เราอยากลอง Playbook มากกว่านิ ด้วยคุณสมบัติหลายๆอย่างที่มันต่างจาก IPAD2 แถมถ้าเราอยากเล่น IPAD2 เมื่อไหร่ เดี๋ยวค่อยไปจิ๊กของโดมมาใช้ก็ได้ ฮ่าๆๆๆ สรุปว่าซื้อเสร็จกลับมาถึงบ้าน เปิดเครื่องปุ๊บมันก็จะให้เรา upgrade firmware ผ่าน WIFI เลย แล้วก็ create Blackberry App World account ด้วย อย่างเราใช้ BB อยู่แล้วก็ใช้ existing account ที่เคยใช้ใน App World บน BB ได้เลย
ทีนี้ลองมาดู SPEC ของ Playbook เมื่อเทียบกับ Tablet อื่นๆในตลาด ณ ตอนนี้ดีกว่า
- Support Flash
- ขนาดเล็กและเบากว่า IPAD2
- กล้องหน้า 3MP กล้องหลัง 5MP
- อยากลองเล่น Feature Blackberry Bridge
ความประทับใจหลังจากลองเล่นมาได้สักพัก
- วัสดุที่ใช้ในการประกอบดีมาก ดูมีราคา แข็งแรง
- ลำโพงเสียงดีมาก ยิ่งพอไปลองเทียบกับ IPAD2 ของน้องแล้วเสียงของ Playbook ดีกว่า ดังกว่า
- ขนาดกำลังเหมาะมือเรา
- เล่น web ที่เป็น video flash อย่างพวก youtube ได้เนียนมาก ไม่มีสะดุด
- True Multi-tasking สามารถเปิดหลายๆ app ได้ในเวลาเดียวกัน และทำงานไปพร้อมๆกันได้จริง
- Blackberry Bridge Work มาก เราลองเล่น BBM, Check mail/Calendar ที่ Sync มาจาก BB Curve 8520 ได้สบายไม่มีปัญหา
- WIFI Sharing – สามารถ Share file กับเครื่อง Desktop เราได้ โดยไม่ต้องอาศัย USB Cable เลย
ข้อเสียที่เจอตอนนี้
- ยังไม่ support ภาษาไทย — คงต้องรอให้ official launch ในไทยก่อน
- Feature Screen Capture ที่ใช้ short cut vol down+up ไม่สามารถใช้ได้เมื่ออยู่ใน Bridge Mode ซึ่งทาง RIM ว่าเป็น Security Feature แต่มันก็ทำให้น่ารำคาญ เพราะบางทีอยาก take snap shot ใน BBM/Mail ก็ทำไม่ได้
- Application ยังน้อยอยู่ — รอว่าเมื่อไหร่ Andriod Player จะออกมาให้ใช้ได้สักที ถึงตอนนั้นจะได้ใช้ App ของ android ที่มีเยอะไม่แพ้ IPAD2 ได้
สรุปว่าหลังจากใช้งานมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์ก็ประทับใจ เราว่า Playbook มัน Fit ความต้องการการใช้งานของเรานะ ถามว่าตอนนี้ถ้าให้เลือกได้จะเปลี่ยนใจไปใช้ IPAD2 แทนไหม ก็ตอบว่าไม่นะ เราว่ามันแล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคนที่จะเอา Tablet มาใช้งานมากกว่า สำหรับเรา เราว่า Playbook OK มาก คงเพราะเราใช้ BB อยู่แล้วด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ BB ก็อาจจะรู้สึกใช้งานได้ไม่คุ้มพอ เพราะจะไม่ได้ใช้ Feature หลักนี้เลย
ส่วนของการ Display e-mail ที่เป็น table/graph ก็โอเคเลยทีเดียวเชียว
Review: Acer Aspire One D255-N558Qbb
เพิ่งไปถอย netbook มา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17-10-2010) หลังจากด้อมๆมองๆคิดๆอยู่นานพอสมควรว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ของใหม่ๆอย่าง Ipad, Galaxy tab ก็ออกมายั่วกิเลสสุดๆ คิดแล้วคิดจริงๆก็อยากจ๊าบโดดไปเล่น tablet ตามสมัยนิยมนะ แต่สุดท้ายก็ติดตรงที่ว่า tablet พวกนี้ใช้ platform ที่มีข้อจำกัดอยู่ เช่น
Ipad –> เล่น flash ไม่ได้, ต้อง sync กับ itune เท่านั้น, ไม่มี port USB, ไม่มีกล้อง ราคาประมาณ 22,xxx ยังไม่มีขายใน iStudio ต้องซื้อตาม mbk
Galaxy Tab –> เป็น android จริงๆข้อเสียแทบไม่มีเพราะปิดข้อเสียของ Ipad ได้หมดเลย ราคา 22,xxx เหมือนกัน
จริงๆสนใจ Galaxy Tab นะ แต่ว่า ณ ตอนนี้ที่อยากได้ของยังไม่มีให้ซื้อได้เลย ต้องสั่งจอง แถมราคาก็แพงกว่า netbook ที่เล็งๆไว้อยู่หมื่นนึงอ่ะ เลยคิดไปคิดมา ซื้อ netbook ดีกว่า เล่น app ทุกอย่างได้แน่นอน & remote VPN งานที่บริษัทได้ด้วย เพราะ VPN client run บน windows platform only … ถึงซื้อ Galaxy Tab มาก็ remote ทำงานไม่ได้ (ข้ออ้างเพื่อไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกหมื่นนึง) 555++
สรุปก็มาลงตัวที่ Acer Aspire One D255-N558Qbb ด้วยเหตุผลประมาณนี้
- เป็นตัวแรกที่ออกมาพร้อม chip ตัวใหม่ Atom dual core N550
- เบามาก (1.25 kg)
- Memory default ให้มา 2 GB (Netbook รุ่นอื่นๆมักจะให้มาแค่ 1 GB)
- มาพร้อม Windows 7 Starter Edition (รุ่นอื่นๆที่ขายกันราคานี้จะมาพร้อม DOS / Linux)
- มาพร้อม License Kaspersky Antivirus 1 ปี
- มีหลายสีให้เลือก
- ของแถมเยอะมากมาย (แถมอ้อนคนขายให้แถมกระเป๋า ACER อย่างดีเพิ่มมาให้ได้อีกใบ คุ้มมากมายยยยย)

ได้มาจากร้าน Hardware House ชั้น 3, Fortune ด้วยราคา 12990 + VAT = 13,899 แถมได้ promotion 0% 10 เดือนอีกตะหาก
ส่วนสาเหตุที่อยากได้คือ อยากนอนเล่นเนทบนเตียง + เอาออกไปชิลๆนอกบ้านได้เป็นครั้งคราวแบบไม่ต้องแบกเครื่องใหญ่ๆให้ไหล่ทรุดออกไป 
คราวนี้มาดูกันหน่อยว่าของที่ได้มาทั้งหมดมีอะไรบ้าง เริ่มจากกล่องก่อนเลย …

ต่อด้วยกระเป๋าที่ไปอ้อนได้มา + ของที่มากับกล่องนอกจากสายชาร์จแล้วก็จะมีพวกคู่มือ, soft case, ผ้าทำความสะอาด แล้วก็ได้แผ่น Kaspersky มาด้วย (อันนี้มานอกกล่อง)

อันนี้เป็นรูป soft case ที่มาอยู่ในกล่องอยู่แล้วแบบขยายใหญ่ขึ้นหน่อย + บรรดาของแถมตามโปรฯก็จะมี SD Card Reader, พัดลม, อุปกรณ์ทำความสะอาด, Headphone, Mouse, แผ่นรอง keyboard

ต่อด้วยสุดหล่อ พระเอกของงานนี้! เลือกมาเป็นสีเขียวอมฟ้า ชอบเพราะสีจ๊าบดี แต่จริงๆกว่าจะได้มาก็ยากอยู่ ต้องวางมัดจำเพื่อสั่งจองไว้แล้วค่อยไปรับอีกวันนึง เพราะร้านทั่วๆไปมีแต่สีดำ/เทา/ขาว ซะส่วนใหญ่ … ลองกางจอดูก็กางได้เกือบ 180 องศานะ

อีกสักรูป ให้เห็นครบทุกแง่มุม ^^

เท่าที่ใช้งานมา 2-3 วันก็รู้สึกว่ามันลื่นดีนะ ใช้แล้วประทับใจ ลองเอาไปเล่น game facebook ดู เปิดพร้อมๆกัน 2-3 หน้าจอก็ทำงานได้โอเคดีนะ คือก็ไม่ถึงกับลื่นเท่าเวลาเราเล่นบน Desktop PC อ่ะ แต่ว่าไม่ทำให้รำคาญใจแต่อย่างใด (ขนาดเราว่าเราเป็นคนใจร้อนแล้วนะ) มาสรุป Spec ไว้กันลืมซะหน่อย (ขอบคุณข้อมูลจาก NotebookSpec)
| Processor | |
| CPU | Intel Atom N550 Dual Core (1.5 GHz,1M L2) |
| Chipset | Mobile Intel NM10 Express Chipset |
| Graphic system | |
| Graphic Chip | Intel GMA 3150 |
| Display | |
| Type | 10.1 inch LED WSVGA (1024×600) |
| Main Memory | |
| Memory | 2 GB DDR3 |
| Hard Disk Drive | |
| Hard Disk | 320 G 5400 RPM |
| Optical Disc Drive | |
| Drive | No |
| Web Camera | |
| Details | Acer Crystal Eye high-def webcam |
| Port & Interface | |
| USB | 3 |
| Firewire | No |
| DVI | No |
| D-Sub/VGA | Yes |
| e-SATA | No |
| HDMI | No |
| Card Reader | multi-in-1 card reader |
| Express Slot | No |
| Finger Print | No |
| Connection | |
| Wireless Lan | Acer Nplify 802.11 b/g/n |
| Bluetooth | Yes |
| LAN | Yes |
| Modem | No |
| Battery | |
| Details | Li-ion 6 Cells Battery |
Copy Audio Track from Karaoke CD + Vocal removing technique
I’ve published this tips in my blog on msn spaces. Let me copy it over here just for references. It’s in Thai, so if you’re not Thai, you may be able to guess from the picture included, or just email me for instruction in English
1. VirtualDub
ตอนแรกก็ไป download VirtualDub มาก่อนเลย step นี้จะเป็นการ save เพลงจากแผ่นคาราโอเกะ ใครที่มีแผ่นคาราโอเกะ แต่อยากจะ save ไว้เป็น audio ไว้ฟังในคอมพ์ก็ใช้วิธีนี้ได้เลย วิธีการก็ง่ายๆ ทำตามนี้
1.1 เปิด VirtualDub ขึ้นมาแล้วเลือก File->Open Video File->แล้วเลือกไฟล์ .DAT ที่อยู่ในแผ่นคาราโอเกะ (เพลงที่เราต้องการ) -> กด Open … โปรแกรมจะทำการ Import video
1.2 พอโปรแกรม import video เสร็จ ให้เลือก File->Save Wave->ใส่ชื่อเพลงที่ต้องการไป
1.3 แค่นี้เราก็จะได้เพลงอยู่ในรูปแบบของ .wav แล้ว เอาไป burn เป็น audio cd ไว้ฟังในรถยังได้ ^^ แต่ถ้าอยากตัดเสียงคนร้องออกก็อ่านข้อ 2 ต่อไป
2. Audacity
คราวนี้ก็ถึงตาที่เราจะเอาเสียงคนร้องออกไปให้เหลือแต่ทำนองแล้วล่ะ ก็ไป download Audacity มาจาก link ตามหัวข้อได้เลย … install เสร็จแล้วก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วทำตามนี้เลย :
2.1 เลือก Project -> Import Audio … -> แล้วเลือกเพลงที่ได้จากข้อ 1 (ถ้าเป็นเพลง mp3 ทั่วไปที่ไม่ได้มาจากแผ่นคาราโอเกะอาจจะไม่เวอร์คนะ เพราะว่าเค้าไม่ได้แยกเสียงคนร้องกับทำนองเป็นคนละลำโพง ซ้าย-ขวา นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเล่นใน dvd player เราถึงเลือก Audio mode เป็น L-R-Stereo ได้)
2.2 พอ import เพลงเสร็จก็จะได้ตามรูป ให้เลื่อนบาร์ที่เป็น L-R ไปทางซ้ายสุดตามรูปเลย เพื่อตัดเสียงคนร้องออกให้เหลือแต่ทำนอง
2.3 เสร็จแล้วก็กด File -> Export as WAV … (จริงแล้วโปรแกรมนี้สามารถ export เป็น mp3 ได้เลยโดยใช้ lib lame นะ ตอน download audacity ก็ให้ download lame มาด้วย วิธีการอ่านได้ที่นี่เลย) –> ใส่ชื่อเพลงแล้วก็ save โลด
2.4 เรียบร้อย!! ตอนนี้เราก็จะได้เพลงที่มีแต่ทำนองมาไว้ฟัง เอาไปใส่ blog ก้อได้ เอาไปแต่งเวบก็แจ๋วนะ ^^ ดูคลาสสิคไปอีกแบบ (หรือเปล่า)

3. Extra — Karaoke Tips (No more software required)
จริงๆโปรแกรม Audacity นี่แจ๋วมาก สามารถเอาไว้ mix เพลงได้ด้วย เอาไว้อัดเสียงตัวเองร้องคาราโอเกะยังได้ 5 5 5 ทำได้ง่ายๆเลย ต่อจาก step ข้างบนก็ทำต่อตามนี้เลย
3.1 เข้าไป set preference ก่อนที่เมนู Edit -> Preferences … ->เลือก soundcard ของเครื่องเรา แล้ว check ที่ “Play other tracks while recording new ones …”

3.2 เสร็จแล้วก็เสียบไมค์แล้วกด record ได้เลย จะเห็นว่าจะมี bar เพิ่มขึ้นมาด้านล่างตามรูป (อ่อ บาร์ด้านบนเนี่ยะ คือเพลงที่ไม่มีคนร้องที่เราทำไว้ที่ข้อ 2 นะ ถ้าปิดโปรแกรมไปแล้วก็ import เข้ามาใหม่จาก Project -> import audio … ) ก็ร้องเพลงไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะจบเพลง

3.3 พอร้องจบเรียบร้อยก็กด Ctrl-A (เหมือน select all) เพื่อเลือกทั้งสองบาร์ แล้วกด Project -> Quick Mix เพื่อเชื่อมทั้งสองบาร์เข้าด้วยกันเป็นการ์ mix เพลง
3.4 เลือก File-> Export as WAV (หรือ Export as MP3 ถ้ามี lame แล้ว)
3.5 เรียบร้อยๆ คราวนี้ก้อจะได้คาราโอเกะเสียงตัวเองเอาไว้ฟังเอง 5 5 5 ใครมั่นใจว่าเสียงดี ส่งมาให้ฟังกันมั่งเน้อออ
ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบคุณ Open source software ทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณ Sourceforge ที่ host โครงการ software ดีๆพวกนี้ไว้ sourceforge เป็น web ที่เราจะเข้าก่อนเป็นอันดับแรกเวลาต้องการจะหา software มาใช้ เพราะว่า software project ที่อยู่ใน sourceforge จะเป็น free, open source software มีที่เจ๋งๆเยอะมาก เราได้ความรู้เพิ่มขึ้นจากการทดสอบ software พวกนี้ตลอดเลย สนุกดีเหมือนกัน Blog นี้ดูมีสาระมากไปหน่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ไม่รู้ว่าควรจะเขียนอะไรดี พอดีกำลังรู้สึกสนุกกับการเล่น software พวกนี้อยู่เลยขอเขียนถึงหน่อยละกัน บันทึกเอาไว้กันตัวเองลืมด้วย เดี๋ยวว่าจะเอาไปแปลแล้ว publish ลงเวบเราด้วย เผื่อจะมีประโยชน์เพิ่มขึ้น ^^ (ออกตัวไว้ก่อนเผื่อใครไปเช็คเวบเราทีหลังแล้วเห็นบทความเหมือนกัน จะได้ไม่มาแซวว่าหมดมุขแล้วเหรอไง
)
RSS (Technology สำหรับคนขี้เกียจ update blog / web เช่นเรา)
<rss version="2.0">
<channel>
<description>Top Music on myfirstsight.com music page</description>
<link>http://www.myfirstsight.com/music</link>
ตัวอย่างจาก MFS Module XML File:
<item>
<title>OST. The Myth – Endless Love</title>
<description>OST. The Myth – Endless Love</description>
<link>http://www.myfirstsight.com/music/TheMyth.htm</link>
</item>
<title>Calorie Blah Blah – You know I do</title>
<description>Calorie Blah Blah – You know I do</description>
<link>http://www.myfirstsight.com/music/CalorieBB2.htm</link>
</item>
<title>Jesse McCartney – Because you live</title>
<description>Jesse McCartney – Because you live</description>
<link>http://www.myfirstsight.com/music/JesseMcCartney3.htm</link>
</item>
</rss>
VirtualDub & Audacity Rules !
ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบคุณ Open source software ทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณ Sourceforge ที่ host โครงการ software ดีๆพวกนี้ไว้ sourceforge เป็น web ที่เราจะเข้าก่อนเป็นอันดับแรกเวลาต้องการจะหา software มาใช้ เพราะว่า software project ที่อยู่ใน sourceforge จะเป็น free, open source software มีที่เจ๋งๆเยอะมาก เราได้ความรู้เพิ่มขึ้นจากการทดสอบ software พวกนี้ตลอดเลย สนุกดีเหมือนกัน Blog นี้ดูมีสาระมากไปหน่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ไม่รู้ว่าควรจะเขียนอะไรดี พอดีกำลังรู้สึกสนุกกับการเล่น software พวกนี้อยู่เลยขอเขียนถึงหน่อยละกัน บันทึกเอาไว้กันตัวเองลืมด้วย เดี๋ยวว่าจะเอาไปแปลแล้ว publish ลงเวบเราด้วย เผื่อจะมีประโยชน์เพิ่มขึ้น ^^ (ออกตัวไว้ก่อนเผื่อใครไปเช็คเวบเราทีหลังแล้วเห็นบทความเหมือนกัน จะได้ไม่มาแซวว่าหมดมุขแล้วเหรอไง
)





