Archive

Archive for the ‘My Life: Blah Blah Blah’ Category

ป่วย & เจ็บติดๆกันรับปี 2012 … โดนเย็บไป 16 เข็ม หวยจะออกมั๊ย?

February 10, 2012 2 comments

ตั้งแต่ปลายปี 2011 จนถึงเดือน feb 2012 เกิดเหตุการณ์กับร่างกายติดๆกันอย่างต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน … เรียงลำดับตามเหตุการณ์ได้ตามนี้

  1. อาหารเป็นพิษ จากทริปไปเขมร
  2. ก้างปลาแรดแทงคอจนคอเป็นแผล จากที่ไปเยี่ยมญาติที่จ.อุทัยธานี
  3. คออักเสบ เป็นไข้สูง
  4. หวัดกิน
  5. หน้าเป็นผื่นขึ้นมาซะเฉยๆไปครึ่งหน้า
  6. เกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำจนได้เลือด ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 7 Feb (ประมาณทุ่มกว่าๆ)

รู้สึกว่าอะไรมันจะขนาดนี้นะ ปกติเราเป็นคนที่ไม่ได้ใช้บริการหมอเลย แต่นี่ในช่วงเวลาแค่เดือนกว่าๆไปหาหมอมาหลายรอบมากๆ ยิ่งอุบัติเหตุล่าสุดที่เกิดตอนอาบน้ำนี่สุดยอดซวย แบบว่ากำลังอาบน้ำอยู่ หัวก็มีแชมพูอยู่ ก็เปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ กำลังจะเตรียมล้างหน้า แปรงฟัน ขณะที่กำลังเอามือสองข้างท้าวอ่างอยู่ (ท้าวเบาๆไม่ได้ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งตัวนะ) อ่างมันก็พังยุบตัวลงไปเลย ไอ้เราที่ท้าวอยู่ก็เสียหลัก ล้มลงไปได้แผลที่มือทั้งสองข้าง กับก้นทั้งสองข้าง!

ตอนแรกที่มองเห็นเลือดไหลโจ๊กๆจากมือสองข้าง ไม่ยอมหยุด หัวก็มีแชมพู น้ำจากท่อที่ต่อจากอ่างล้างหน้าที่พังก็พุ่งกระฉูด กระเบื้องกระจายเต็มพื้นห้องน้ำไปหมด ก็คิดว่าเราจะล้างหัวก่อน หรือแต่งตัวเพื่อรีบไปปิดปั๊มน้ำที่อยู่ชั้นล่างก่อน แต่ก็ต้องห้ามเลือดด้วย แต่มันก็ไหลทั้งสองมือ ทุลักทุเลมาก สรุปคือรีบใส่เสื้อผ้าแบบเร็วๆแล้วหากระดาษมาซับเลือดไว้ แล้วลงไปปิดปั๊มน้ำ หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปโทรศัพท์หาน้องชาย เพราะตอนนั้นอยู่บ้านคนเดียว บอกน้องว่ามีอุบัติเหตุ ให้ซื้ออุปกรณ์ทำแผลกลับมาให้ด้วยนะ รีบๆกลับมาหน่อยก็ดี เพราะกดเลือดมาสักพักละมันยังไหลไม่หยุด เยอะด้วย

หลังจากนั้นสักพักคนงานที่อู่ก็มาที่บ้าน บอกว่าแม่โทรไปบอกให้รีบล่วงหน้ามาดูเราก่อน พอหลุยส์เดินมาถึงก็ถามว่าเป็นแผลที่ก้นด้วยเหรอ ทำไมกางเกงด้านหลังชุ่มเลือด สรุปมีแผลตรงก้นส่วนด้านบนยาวมาก ที่เราไม่เห็น และไม่รู้สึกด้วย (ณ เวลานั้นมันคงชาอยู่) หลังจากนั้นน้องมาถึงบ้าน พอเห็นแผลก็บอกว่ารีบไปรพ.ดีกว่าเพราะแผลยาวมาก … สรุปเลยไปเปาโล เข้าไปรอหมอศัลฯอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่ชั่วโมงกว่า สุดท้ายโดนเย็บก้นไป 11 เข็ม และนิ้วโป้งซ้ายไปอีก 5 เข็ม แถมด้วยแผลเล็กแผลน้อยอีกหลายจุด -_- โดนฉีดยาชา 2 จุด และวัคซีนกันบาดทะยักอีก 1 เข็ม ค่ารักษา 7 พันกว่าๆ

ตอนกลับมาอยู่บ้านสิ แย่กว่า ปวดแผลก็ปวด นอนหงายไม่ได้ นั่งหรือยืนนานหน่อยก็ไม่ได้ อาบน้ำก็ไม่ได้ มือซ้ายใช้งานไม่ได้ แล้วก็มือสองข้างโดนน้ำไม่ได้เพราะมีปิดผ้าพันแผลไว้ที่นิ้วของทั้งสองมือ จะเปิดขวดหรือจะจับส้อมมือซ้ายก็ไม่ได้เพราะมันต้องออกแรงนิ้วโป้งที่เย็บแล้วจะปวดมาก รู้สึกรำคาญตัวเองมาก แปรงฟันหรือล้างหน้าทีนี่ทุลักทุเลน่าดู สมเพชตัวเองจริงๆเลย T_T

ปีนี้ไม่ใช่ปีชงของเรานะ แต่เหมือนใช่เลย หรือจะเป็นเพราะปีนี้อายุย่างเข้า 35 เปรียบเหมือนเบญจเพศจริงๆ เดี๋ยวดีขึ้นจะต้องไปทำบุญโลงศพละ >_< แต่คิดๆแล้วที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้กับเราก็ยังดี เพราะเราใช้ห้องน้ำแม่ ถ้าเป็นแม่โดนอาจจะแย่กว่านี้ ดูว่าถ้าไม่ใช่เราเหตุการณ์นี้ก็ต้องเกิดอยู่ดีเพราะเหมือนอ่างมันต้องพังแน่ๆ แค่คิดก็เสียววาบละ!

ระหว่างรอตัดไหมต้องไปล้างแผลเรื่อยๆ ดีที่ออฟฟิศมีห้องพยาบาล มีพยาบาลประจำอยู่แล้ว เลยให้พี่พยาบาลช่วยล้างแผลให้ไม่ต้องไปโรงพยาบาลเอง หมอนัดตัดไหมวันที่ 17 Feb … ปกติทั่วๆไปเค้าจะนัดตัดไหมกันที่ 7 วัน แต่แผลของเราเป็นตรงจุดที่มีการใช้งานเยอะ หมอเลยคิดว่าน่าจะใช้เวลากว่าแผลจะติดกัน เลยนัดที่ 10 วัน แต่ก็นะเวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 10 แผลที่นิ้วก็ยังไม่หายปวด แถมยังมีอาการชาๆเป็นระยะๆ แต่แผลตรงก้นนี่หายละ ไม่รู้สึกปวดละ ตอนที่ไปรอหมอที่รพ.เพื่อไปตัดไหมยังบอกหมอเลยว่า ที่มือนี่ยังปวดอยู่เลยนะหมอ … หมอมองแผลแบบผ่านแล้วก็บอกว่าตัดได้ เลยให้พยาบาลตัด -_-! ตอนตัดไหมที่นิ้วนี่เจ็บมากขอบอก ตัดเสร็จถึงเห็นว่าแผลยังไม่ติดกัน!!! เซ็งเป็ด เลยต้องติดที่ยึดแผลต่อไปอีกสักพัก แต่แบบว่าเคืองหมออ่ะ เหมือนแทบไม่ได้ดูแผลเราเลย ถ้าแผลมันยังไม่สนิทก็ไม่ควรจะให้ตัดไหมหรือเปล่า? ครั้งต่อๆไปที่ไม่สบาย จะไม่ไปเปาโลล่ะ บริการก็ห่วย แพงอีกตะหาก จะไปเปิดประวัติใหม่ที่พญาไทครั้งต่อไปที่ต้องไปรพ.แล้ว แน่นอน!

ดวงปี 2555 by หมอลักษณ์

January 21, 2012 Leave a comment

จากหลายๆหมอบอกว่าปีนี้จะเป็นปีที่เราเฮงมากๆ ขอ reference ของหมอลักษณ์เป็น 1 ในนั้น … แล้วเดี๋ยวสิ้นปีมาดูกันว่าจะเป็นไง แม่นไหม ^^

ส่วนของราศีอื่นๆไปตามลิงค์นี้ http://www.thefuntong.com/content/view/86.html

 

++ Goodbye BB – Welcome Iphone 4s ++

January 15, 2012 Leave a comment

ใช้ BB curve 8520 มาได้ 2 ปีพอดีๆ เพราะจำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาธันวาปี 2552 ราคาพนักงาน 9900 บาท สองปีผ่านไป ราคาตกมาเหลือประมาณ 6000 ก็โอเคนะ แต่หลังๆเริ่มขัดใจเพราะว่า BB ไม่ค่อยมี app อะไรมารองรับ แถมไอ้ 8520 นี่ก็ไม่ support 3G และตอนนี้กระแส 3G กำลังแรง รวมทั้งขัดใจเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วรูปมันแบบว่ากากกกกมาก ^^” เลยได้ฤกษ์เปลี่ยนมือถือใหม่สักทีละ  spec ของ iphone 4s มีส่วนที่เปลี่ยนไปจาก iphone 4 ไม่ถือว่าเยอะมาก เน้นเรื่อง cpu แรงขึ้น กับกล้องที่เทพขึ้น แต่แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เรารอได้ละ เพราะตอนที่เริ่มอยากเปลี่ยนมือถือนั่น 4s ยังไม่ออก แต่จะซื้อ 4 ไปเลยก็กระไรอยู่ เพราะรู้ๆอยู่ว่า 4s กำลังจะเปิดตัวอยู่แล้ว ด้วย spec ที่ต่างกันประมาณนี้

 

Iphone 4s

Iphone 4

Processor

Dual-core Apple A5

Apple A4

Display

3.5-inch IPS 960 x 640

3.5-inch IPS 960 x 640

Primary camera

8 megapixel AF with flash and
f/2.4 aperture

5 megapixel AF with flash

Secondary camera

VGA at 30fps

VGA

Video recording

1080p at 30fps, optional
iMovie

720p at 30fps, optional iMovie

Cellular

Hybrid GSM / CDMA “World
Phone”, Bluetooth 4.0

Quadband GSM, pentaband HSPA

WiFi

802.11b/g/n

802.11b/g/n

Orientation sensing

Accelerometer, digital
compass, gyroscope

Accelerometer, compass,
gyroscope

FaceTime video calling

Yes

Yes

SIM standard

Micro SIM

Micro SIM

Battery life

Up to 8 hours talk time
on 

Up to 7 hours talk time
on 

3G 

3G 

Up to 14 hours talk time on 2G

Up to 14 hours talk time on 2G

Up to 6 hours data on 3G 

Up to 6 hours data on 3G 

Up to 9 hours data on
WiFi 

Up to 10 hours data on
WiFi 

Up to 40 hours audio 

Up to 40 hours audio 

Up to 10 hours video 

Up to 10 hours video 

Up to 200 hours on standby

Up to 300 hours on standby

Weight

140 grams / 4.9 oz

137 grams / 4.8 oz.

Dimensions

115.2 x 58.6 x 9.3mm

115.2 x 58.6 x 9.3mm

iphone 4s นี่ตอนแรกมีเปิดให้พนักงาน dtac จอง online ด้วย แต่ต้องอาศัยโชคนะ เพราะมี lot แรกให้พนักงานแค่ 100 เครื่อง แต่ไม่ได้ราคาพิเศษ จองไปด้วยแหล่ะแต่ไม่ได้ … แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ เพราะเวลาเดียวกัน apple ประกาศให้สั่งซื้อผ่าน apple store online ได้เลย ราคาถูกกว่าซื้อศูนย์อีก เรากะโดมก็เลยจัดกันไปคนละเครื่อง ของเราสั่งสีดำ 16 GB (20,900) ส่วนของโดมสั่งสีขาว 32 GB (24,900) ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่าศูนย์เครื่องละ 1,550 เพราะ 16 GB เครื่องศูนย์ 22,450 (หรือพนักงานก็ราคาเดียวกัน) … กดสั่งซื้อไปตอนเย็นวันที่ 19 Dec 2011 ทั้ง 2 เครื่อง ห่างกันเครื่องละครึ่งชั่วโมง ได้ order confirm พร้อม delivery period 29 Dec 2011 – 6 Jan 2012 ของโดมที่กดสั่งไปก่อนได้รับของวันที่ 5 Jan 2012 ส่วนของเราได้วันที่ 6 Jan 2012 โดย ship ออกมาจาก singapore by DHL สามารถ track status ของ shipment ได้แบบ online แบบค่อนข้างละเอียดเลย อย่างของเราให้ส่งไปที่อู่ พอ check online ปุ๊บก็สามารถบอกได้เลยว่าของถึงตอนกี่โมง และใครเป็นคนรับของ ^^

พูดถึงเรื่อง packaging เราว่าเค้า pack มาได้ดีมาก เพราะแกะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีพลาสติกยึดเอาไว้กับตัวกล่องไม่ให้โยกไปมา ส่ว่นอุปกรณ์ที่มีให้มาก็จะมีหัวชาร์จ/สาย usb/หูฟัง/คู่มือ ส่วนตัวเครื่องจะมีแผ่นกันรอยแปะมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง … ก่อนใช้งานก็ต้องไปศูนย์ dtac ขอ micro sim ก่อน โดย sim เก่าเราเป็น atmsim เพราะงั้นตอนขอ sim ใหม่ก็ต้องบอกเค้าว่าขอเป็น micro atmsim ไม่งั้นพนักงานก็จะให้ micro sim ธรรมดาๆมาแทน

ก่อนที่จะ switch เครื่องก็ต้องทำการ backup พวก contacts ทั้งหลายแหล่ก่อน … อันนี้ยุ่งยากนิดหน่อย เพราะว่า contacts ใน BB เรามีที่เก็บไว้ใน account ของ gmail กับ account ของ mail ที่ทำงาน เพราะงั้นเราเลยต้องทำหลาย steps หน่อย
1. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก bb ไป gmail
2. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก gmail ลง iphone
3. ใช้ itune บนเครื่องที่เก็บ outlook contacts เพื่อ sync contacts ที่เหลือลง iphone

ขำตัวเองตอนรับสายแรก หลังจากเสียบ sim แล้ว turn on iphone คือพอดีแม่โทรเข้ามา เราก็รับ แต่กลายเป็นเราไม่ได้ยินอะไรเลย ฮัลโหลอยู่สองสามที เลยนึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะเป็นเพราะแผ่นปิดกันรอย เลยลอกออก ถึงจะฟังได้ 555++ หลังจากนั้น ก็เลยรีบไป fortune ติดฟิล์มกันรอยซะ ทั้งด้านหน้าด้านหลัง แล้วก็ซื้อเคส จะได้สมบุกสมบันได้อย่างสบายใจ

หลังจากใช้งานมาได้สักอาทิตย์นึง เราก็ชอบนะ app มีให้โหลดเยอะดี หน้าจอสวย ถ่ายรูปสวย หัดใช้งาน Siri ก็สนุกดี ขัดใจอยู่เรื่องแบตนี่แหล่ะ ที่สูบเร็วมาก ไม่ค่อยได้เล่นอะไรเท่าไหร่นี่ใช้งานประมาณ 8:00 – 14:00 แบตก็จะเหลือประมาณ 20% แล้ว แถม ios 5.0.1 นี่ยังไม่มี option ให้ปิด 3G ด้วย คงต้องรอ version หน้าที่น่าจะมี (เพราะตอนนี้ version beta มี option ให้ปิดได้แล้ว) สรุปว่าถ้าแก้ไขเรื่องแบตหมดเร็วได้นี่จะแจ่มมากๆ

Kobune: ร้านประจำเวลาไป Fortune ^^

January 3, 2012 Leave a comment

วันนี้ท่านแม่โทรมาแง๊วๆๆๆ ว่าอยากให้หา PC ให้เครื่องนึง เอามือสองพอ จะเอามาลงโปรแกรม karaoke ร้องที่อู่ เพราะเครื่องเก่าโดนน้ำเข้าเมื่อตอนน้ำท่วมไปแล้ว ค่าซ่อม 5 พัน แล้วก็ไม่รู้ว่าซ่อมแล้วจะใช้งานได้ปกติหรือเปล่า … หามือสองดีกว่า เพราะไม่ได้ต้องการ spec สูงอะไรอยู่แล้ว แค่เอามาร้องเพลง

สรุปเลยนัดน้องชายไป fortune ด้วยกันเลย จะได้ไปกินข้าวเที่ยงกันด้วย ก็ไปกัน 3 คน เริ่มจากไป Kobune ร้านประจำกันก่อน บ้านเราชอบร้านนี้กันนะ เมนูเรือถึงจะไม่ได้อร่อยเริ่ดแต่ก็ใช้ได้ เราชอบ katsumaki (ข้าวปั้นไส้หมูทอด), ไข่หวาน, ไก่ย่าง, ปลาซาบะ, คาราเกะ, tonkatsu (หลายอย่างไปมั๊ย) … ส่วนอาหารหลักประจำบ้านที่สั่งทุกครั้งคือ steak ไก่ (หนังไก่กรอบมาก) กับ สลัดผัก … รูปที่ลงนี่มาจากหลายๆครั้งที่ไปกินมา ส่วนใหญ่จะกินซ้ำไปซ้ำมาแหล่ะ เลยมีไม่เยอะมาก  แต่จะบอกว่าโคบูเนะนี่เป็นร้านที่รสชาติถูกใจ ราคาเป็นมิตร แถมไม่เคยต้องไปรอคิวเหมือนฟูจิด้วย สรุปว่าชอบมาก ^^ เสียดายมีแค่ไม่กี่สาขาเอง

หลังจากกินเสร็จก็ไปร้าน Jinan ชั้น 3 ร้านนี้จะขายพวก computer มือ 2 สรุปได้ dell P4 3.0 Ghz, Ram 1GB, HDD 80GB with DVD Drive มากับ XP Install เรียบร้อย ราคา 2,700 ก็โอเคเลยนะ เอากลับมา install karaoke software วิ่งได้ฉิวๆสบายๆ งานนี้ท่านแม่ happy คุณลูกทั้ง 2 ก็ happy ไปด้วย ^^

++ Flood in Thailand!! ++

November 12, 2011 Leave a comment

ตั้งแต่เดือน กันยายน 2011 เป็นต้นมา ในเมืองไทยตั้งแต่ภาคเหนือก็เจอปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากปีนี้ฝนตกหนักและตกติดต่อกันยาวนาน … ตอนแรกก็ไม่คิดว่าน้ำท่วมครั้งนี้จะหนักหนาสาหัสขนาดนี้ แต่สุดท้ายบอกได้เลย ว่ามากจริงๆ บ้านเราที่อยู่ในซ.โชคชัยร่วมมิตร (วิภาวดี 16) ซึ่งเป็นซอยก่อนถึงคลอยระบายน้ำบางซื่อ ซึ่งเป็นคลองที่ขวางก่อนที่จะข้ามไปทางสุทธิสาร และดินแดงต่อไป ก็ได้รับผลกระทบ โดยน้ำเริ่มท่วมในซอยตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2011 เป็นต้นมา ช่วงที่ผ่านมาเราเลยทำงานจากที่บ้าน โชคดีมากที่ทาง DTAC ประกาศว่าาใครได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้คุยกับหัวหน้าได้ โดยถ้าทำงานไม่ได้ให้ลากิจไป แต่เราอยู่บ้านยังสามารถทำงานแบบ remote ได้อยู่ เลยไม่ต้องลา โดยช่วงที่ผ่านมาหยุดอยู่บ้านตั้งแต่วันที่ 27 Oct – 2 Nov 2011 (บริษัทประกาศหยุดงาน) และ 4 Nov - 14 Nov 2011 (ทำงานอยู่บ้านเนื่องจากน้ำแถวบ้านเริ่มท่วมตั้งแต่วันที่ 4)

น้ำเริ่มจากการท่วมจากถนนสายหลักก่อนโดยถนนรัชดาภิเษกน้ำเริ่มมาจากทางถ.พหลโยธิน –> รัชโยธิน (เมเจอร์) -> รัชดาภิเษก และฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต น้ำมาจากทางเหนือคือ ดอนเมือง->หลักสี่->เกษตร->มาถึงหน้าปากซอยบ้าน

โดยคลองหน้าซอยโชคชัยร่วมมิตรสุดท้ายน้ำเอ่อขึ้นมาจนมองไม่เห็นคลอง มองออกไปไม่เหมือนถนนเลย เหมือนอยู่กลางน้ำจริงๆ ส่วนในซอยโชคชัยร่วมมิตรนี่ท้ายซอยน้ำจะตื้นมากกว่าหน้าซอยนะ เพราะฝั่งรัชดาภิเษกถนนสูงกว่า ส่วนหน้าบ้านเราท่วมขึ้นมาสูงสุดก็ประมาณเลยเข่ามานิดนึง ประมาณ 50 cm ได้ ก็ยังโชคดีนะ เพราะว่าที่อื่นโดนกันเป็นเมตรๆ จังหวัดอื่นๆอย่างอยุธยา นครสวรรค์ หรือทางแถบรังสิต ปทุมธานี นี่ประมาณมิดบ้าน เห็นแต่หลังคากันเลย ดูข่าวแบบนี้ทุกวันมาเป็นเดือนแล้วสงสารชาวบ้านมาก ของเราแค่นี้จิ๊บๆอ่ะ เพราะว่าจริงๆก็ยังสามารถออกไปไหนมาไหนได้นะ นั่งเรือออกไป นั่งรถทหารเข้ามา ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ สนุกไปอีกแบบ … การลุยน้ำ นั่งเรือกลางถนนวิภาวดีรังสิตนี่เป็นประสบการณ์ที่อาจจะไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้วในชีวิตก็ได้ (ขอให้ไม่มีแล้วก็ดีนะ ^^")

การตุนเสบียงรอรับน้ำท่วมของบ้านเราก็ไม่มีอะไรมาก มีซื้อข้าวสารถุงนึง, มาม่า 3-4 Pack, ปลาทูน่ากระป๋อง, ขนมปัง, ไข่ pack นึง, นม, yoghurt, น้ำดื่ม 5 packs (pack ละโหล) และติดตั้งเครื่องกรองน้ำใหม่ เพราะน้ำบางวันก็มีสีออกเหลือง มีกลิ่นดินๆด้วย กินไม่ได้เลย … ที่ขำตัวเองสุดๆคือช่วงนี้อ่ะ มันหาซื้อ coke zero ไม่ได้เลย เพราะงั้นมีอยู่วันนึงตอนได้ไป terminal 21 กับแม่และโดมแล้วเห็นว่ามันมี coke light ขาย เราก็จัดการซื้อตุนเพียบ ขนขึ้น taxi กันมา แต่สุดท้าย taxi ไม่ยอมไปส่งที่บ้าน ทั้งแม่และโดมเลยต้องช่วยกันขน coke light ทั้งหมดขึ้น MRT และเดินลุยน้ำท่วมกลับบ้าน แห่ะๆๆ

เหตุการณ์ครั้งนี้ดูคนที่เดือดเนื้อร้อนใจจะเป็นแม่กับน้อง แม่นี่ทานอาหารที่แช่ตู้เย็นไว้ไม่ได้ อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋องไม่เอา ส่วนคุณน้องก็แย้วๆอยากออกตั้งแต่วันแรกๆ สุดท้ายเราเลยขอให้ไปเที่ยวเปลียนบรรยากาศกันซะ วันที่ 10-12 Nov โดยส่งออกไปหัวหินให้ไปเที่ยวกับ The Gang เค้า และไปพักที่ Napalai Resort ของเฮียเล็ก ส่วนเราครองบ้านคนเดียวชิลล์มาก 555 วันที่ 11 Nov 2011 นี่ก็ไปงานแต่งงานไอ้หญิงที่โรงพยาบาลสงฆ์มาด้วย .. เนื่องจากน้ำท่วมมันเลยต้องเลื่อนงานเลี้ยงเย็นออกไปเป็นปีหน้า แต่งานเช้าไม่เลื่อนเพราะจัดในเมือง น้ำยังไม่ท่วม … ส่วนเราตอนออกไปงานมันก็นั่งเรือออกไป ขากลับกลับรถทหาร ก็สนุกดีนะ

สรุปสำหรับภายในกทม. น้ำหยุดที่สะพานข้ามคลองบางซื่อ โดยมีอยู่บางช่วงที่น้ำล้นเข้าไปเกือบถึงแยกสุทธิสาร แต่คลองบางซื่อก็สามารถสูบน้ำได้ทันจนแห้งกลับไป ต้องยกให้คลองบางซื่อเป็นพระเอกจริงๆนะ ที่สามารถป้องกันกรุงเทพฯชั้นในได้ ไม่งั้นถ้าผ่านคลองนี้ไป น้ำจะไปต่อที่สุทธิสาร ดินแดง อนุเสาวรีย์ชัย ซึ่งจะมีคนเดือดร้อนอีกเพียบ

ความเสียหายที่ได้รับเท่าที่เห็นวันนี้ (ที่น้ำยังไม่แห้ง): ที่บ้านโอเคไม่เป็นไร แต่ที่อู่นี่สิ ประตูอู่(ที่เป็นเหล็ก)โดนน้ำดันจนพังแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เสียหายอะไร แค่ดันกลับเข้ามาก็ใช้ได้แล้ว, น้ำเข้าไปในห้องทั้ง 2 ห้องของที่อู่ พอน้ำลดแม่ก็ต้องเกณฑ์คนงานมาช่วยกันทำความสะอาดไปหลายวัน พวกชั้นต่างๆที่อยู่ในห้องก็ต้องโละทิ้ง ที่เศร้าที่สุดคือภายในห้องด้านในมีกล่องที่เราขนลงเรือกลับมาจาก USA อยู่หลายกล่อง ในนั้นเป็นพวกหนังสือการ์ตูน, hardware ต่างๆ … พวก hardware ทั้งหลายแหล่เราไม่เสียดายเลย แต่ที่เสียดายมากคือการ์ตูนที่มีอยู่หลายกล่องใหญ่ๆ ที่อุตส่าห์สะสมตอนที่อยู่ USA คิดเป็นเงินตอนนั้นก็ซื้อมาเล่มละ 3$ เสียไปหลายร้อยเล่มอยู่นะ T_T สุดท้ายก็คือบริจาคครับท่าน ให้ผึ่งแดดแล้วไปบริจาคให้พวกเด็กๆ น้องๆจะได้มีการ์ตูนอ่านกัน ส่วนรถเรา (น้องแจสน้อย) ก็ถูกยกขึ้นไปอยู่บน 3 ขาตั้งแต่ก่อนน้ำจะมาเป็นอาทิตย์ สุดท้ายน้ำก็ไต่จนเกือบถึง (แต่ยังดีที่ไม่ถึง) เลยรอดไป ตอนนั้นทำเอากังวล ดีที่ก่อนวันที่น้ำจะขึ้นสูงสุดเห็นละว่ามันเกือบจะถึงท่อไอเสียแล้ว เลยให้คนงานเอาพลาสติกมาหุ้มท่อไอเสียก่อน เลยรอดไป

แต่ถือว่าที่บ้านและอู่เราโชคดีแล้วที่เสียหายแค่นี้ ดูข่าวหลายๆพื้นที่น้ำท่วมสูงเป็นเดือนๆ บางพื้นที่ไม่เป็นเดือนแต่บ้านเสียหายมาก ต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ บวกซื้อ furniture ใหม่อีกเยอะ ของเราแค่นี้เทียบไม่ได้เลย

 

 

Review: Blackberry Playbook WIFI 16 GB

June 11, 2011 Leave a comment

ช่วงนี้กระแส Tablet มาแรงมากมาย ก่อนหน้านี้ก็มีทั้ง IPAD, Galaxy Tab จนตอนนี้ IPAD2 ก็เพิ่งออกมา คุณน้องชายจัด IPAD2 16 GB สีขาวไปก่อนเลย สุดท้ายเราก็ต่อต้านกิเลสไม่ไหว ขอจัดบ้าง วันที่ 28 May 2011 กำลังเซ็งๆเรื่องงานก็หาเรื่องเสียตังค์เลยดีกว่า ไป MBK เลย เดินไปร้านของ BLINK7 ของ L77 จัด "RIM: Blackberry Playbook 16GB WIFI" มาในราคา 15400 + ติดฟิล์มกันรอยอีก 300 แบบว่าไม่รอ launch ในไทยละ เพราะลองถามไปที่ RIM ที่รู้จักกัน เค้าก็บอกว่ากำหนดการในไทยยังไม่แน่นอน แต่น่าจะราวๆปลายเดือนมิถุนาฯ ก็อีกเดือนนึงเลยนะ เลยแบบว่าจัดเลยดีกว่า แบบว่าวัยรุ่น ใจร้อนนนนน

ตอนไปซื้อที่ร้าน เค้าไม่ได้ทำอะไรให้เลย แถมที่ร้านยังบอกว่าผมเชียร์ให้ซื้อ IPAD2 มากกว่านะ แต่เราอยากลอง Playbook มากกว่านิ ด้วยคุณสมบัติหลายๆอย่างที่มันต่างจาก IPAD2 แถมถ้าเราอยากเล่น IPAD2 เมื่อไหร่ เดี๋ยวค่อยไปจิ๊กของโดมมาใช้ก็ได้ ฮ่าๆๆๆ สรุปว่าซื้อเสร็จกลับมาถึงบ้าน เปิดเครื่องปุ๊บมันก็จะให้เรา upgrade firmware ผ่าน WIFI เลย แล้วก็ create Blackberry App World account ด้วย อย่างเราใช้ BB อยู่แล้วก็ใช้ existing account ที่เคยใช้ใน App World บน BB ได้เลย

ทีนี้ลองมาดู SPEC ของ Playbook เมื่อเทียบกับ Tablet อื่นๆในตลาด ณ ตอนนี้ดีกว่า

เหตุผลหลักๆว่าทำไมเราเลือก Playbook (ก่อนที่ซื้อ)

  • Support Flash
  • ขนาดเล็กและเบากว่า IPAD2
  • กล้องหน้า 3MP กล้องหลัง 5MP
  • อยากลองเล่น Feature Blackberry Bridge 

ความประทับใจหลังจากลองเล่นมาได้สักพัก

  • วัสดุที่ใช้ในการประกอบดีมาก ดูมีราคา แข็งแรง
  • ลำโพงเสียงดีมาก ยิ่งพอไปลองเทียบกับ IPAD2 ของน้องแล้วเสียงของ Playbook ดีกว่า ดังกว่า
  • ขนาดกำลังเหมาะมือเรา
  • เล่น web ที่เป็น video flash อย่างพวก youtube ได้เนียนมาก ไม่มีสะดุด
  • True Multi-tasking สามารถเปิดหลายๆ app ได้ในเวลาเดียวกัน และทำงานไปพร้อมๆกันได้จริง
  • Blackberry Bridge Work มาก เราลองเล่น BBM, Check mail/Calendar ที่ Sync มาจาก BB Curve 8520 ได้สบายไม่มีปัญหา
  • WIFI Sharing – สามารถ Share file กับเครื่อง Desktop เราได้ โดยไม่ต้องอาศัย USB Cable เลย

ข้อเสียที่เจอตอนนี้

  • ยังไม่ support ภาษาไทย — คงต้องรอให้ official launch ในไทยก่อน
  • Feature Screen Capture ที่ใช้ short cut vol down+up ไม่สามารถใช้ได้เมื่ออยู่ใน Bridge Mode ซึ่งทาง RIM ว่าเป็น Security Feature แต่มันก็ทำให้น่ารำคาญ เพราะบางทีอยาก take snap shot ใน BBM/Mail ก็ทำไม่ได้
  • Application ยังน้อยอยู่ — รอว่าเมื่อไหร่ Andriod Player จะออกมาให้ใช้ได้สักที ถึงตอนนั้นจะได้ใช้ App ของ android ที่มีเยอะไม่แพ้ IPAD2 ได้

สรุปว่าหลังจากใช้งานมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์ก็ประทับใจ  เราว่า Playbook มัน Fit ความต้องการการใช้งานของเรานะ ถามว่าตอนนี้ถ้าให้เลือกได้จะเปลี่ยนใจไปใช้ IPAD2 แทนไหม ก็ตอบว่าไม่นะ เราว่ามันแล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคนที่จะเอา Tablet มาใช้งานมากกว่า สำหรับเรา เราว่า Playbook OK มาก คงเพราะเราใช้ BB อยู่แล้วด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ BB ก็อาจจะรู้สึกใช้งานได้ไม่คุ้มพอ เพราะจะไม่ได้ใช้ Feature หลักนี้เลย

BBM Screen หน้าตาประมาณนี้ ยังไม่สามารถใช้งาน Group Chat ได้

ส่วนของการ Display e-mail ที่เป็น table/graph ก็โอเคเลยทีเดียวเชียว

Review: Acer Aspire One D255-N558Qbb

October 19, 2010 Leave a comment

เพิ่งไปถอย netbook มา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17-10-2010) หลังจากด้อมๆมองๆคิดๆอยู่นานพอสมควรว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ของใหม่ๆอย่าง Ipad, Galaxy tab ก็ออกมายั่วกิเลสสุดๆ คิดแล้วคิดจริงๆก็อยากจ๊าบโดดไปเล่น tablet ตามสมัยนิยมนะ แต่สุดท้ายก็ติดตรงที่ว่า tablet พวกนี้ใช้ platform ที่มีข้อจำกัดอยู่ เช่น

Ipad –> เล่น flash ไม่ได้, ต้อง sync กับ itune เท่านั้น, ไม่มี port USB, ไม่มีกล้อง ราคาประมาณ 22,xxx ยังไม่มีขายใน iStudio ต้องซื้อตาม mbk

Galaxy Tab –> เป็น android จริงๆข้อเสียแทบไม่มีเพราะปิดข้อเสียของ Ipad ได้หมดเลย ราคา 22,xxx เหมือนกัน

จริงๆสนใจ Galaxy Tab นะ แต่ว่า ณ ตอนนี้ที่อยากได้ของยังไม่มีให้ซื้อได้เลย ต้องสั่งจอง แถมราคาก็แพงกว่า netbook ที่เล็งๆไว้อยู่หมื่นนึงอ่ะ เลยคิดไปคิดมา ซื้อ netbook ดีกว่า เล่น app ทุกอย่างได้แน่นอน & remote VPN งานที่บริษัทได้ด้วย เพราะ VPN client run บน windows platform only  … ถึงซื้อ Galaxy Tab มาก็ remote ทำงานไม่ได้ (ข้ออ้างเพื่อไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกหมื่นนึง) 555++

สรุปก็มาลงตัวที่ Acer Aspire One D255-N558Qbb ด้วยเหตุผลประมาณนี้

  • เป็นตัวแรกที่ออกมาพร้อม chip ตัวใหม่ Atom dual core N550
  • เบามาก (1.25 kg)
  • Memory default ให้มา 2 GB (Netbook รุ่นอื่นๆมักจะให้มาแค่ 1 GB)
  • มาพร้อม Windows 7 Starter Edition (รุ่นอื่นๆที่ขายกันราคานี้จะมาพร้อม DOS / Linux)
  • มาพร้อม License Kaspersky Antivirus 1 ปี
  • มีหลายสีให้เลือก
  • ของแถมเยอะมากมาย (แถมอ้อนคนขายให้แถมกระเป๋า ACER อย่างดีเพิ่มมาให้ได้อีกใบ คุ้มมากมายยยยย) 

ได้มาจากร้าน Hardware House ชั้น 3, Fortune ด้วยราคา 12990 + VAT = 13,899 แถมได้ promotion 0% 10 เดือนอีกตะหาก

ส่วนสาเหตุที่อยากได้คือ อยากนอนเล่นเนทบนเตียง + เอาออกไปชิลๆนอกบ้านได้เป็นครั้งคราวแบบไม่ต้องแบกเครื่องใหญ่ๆให้ไหล่ทรุดออกไป

คราวนี้มาดูกันหน่อยว่าของที่ได้มาทั้งหมดมีอะไรบ้าง เริ่มจากกล่องก่อนเลย …

ต่อด้วยกระเป๋าที่ไปอ้อนได้มา + ของที่มากับกล่องนอกจากสายชาร์จแล้วก็จะมีพวกคู่มือ, soft case, ผ้าทำความสะอาด แล้วก็ได้แผ่น Kaspersky มาด้วย (อันนี้มานอกกล่อง)

อันนี้เป็นรูป soft case ที่มาอยู่ในกล่องอยู่แล้วแบบขยายใหญ่ขึ้นหน่อย + บรรดาของแถมตามโปรฯก็จะมี SD Card Reader, พัดลม, อุปกรณ์ทำความสะอาด, Headphone, Mouse, แผ่นรอง keyboard

ต่อด้วยสุดหล่อ พระเอกของงานนี้! เลือกมาเป็นสีเขียวอมฟ้า ชอบเพราะสีจ๊าบดี แต่จริงๆกว่าจะได้มาก็ยากอยู่ ต้องวางมัดจำเพื่อสั่งจองไว้แล้วค่อยไปรับอีกวันนึง เพราะร้านทั่วๆไปมีแต่สีดำ/เทา/ขาว ซะส่วนใหญ่ … ลองกางจอดูก็กางได้เกือบ 180 องศานะ

อีกสักรูป ให้เห็นครบทุกแง่มุม ^^

เท่าที่ใช้งานมา 2-3 วันก็รู้สึกว่ามันลื่นดีนะ ใช้แล้วประทับใจ ลองเอาไปเล่น game facebook ดู เปิดพร้อมๆกัน 2-3 หน้าจอก็ทำงานได้โอเคดีนะ คือก็ไม่ถึงกับลื่นเท่าเวลาเราเล่นบน Desktop PC อ่ะ แต่ว่าไม่ทำให้รำคาญใจแต่อย่างใด (ขนาดเราว่าเราเป็นคนใจร้อนแล้วนะ) มาสรุป Spec ไว้กันลืมซะหน่อย (ขอบคุณข้อมูลจาก NotebookSpec)

Processor
  CPU Intel Atom N550 Dual Core (1.5 GHz,1M L2)
  Chipset Mobile Intel NM10 Express Chipset
 Graphic system
  Graphic Chip Intel GMA 3150
 Display
  Type 10.1 inch LED WSVGA (1024×600)
 Main Memory
  Memory 2 GB DDR3
 Hard Disk Drive
  Hard Disk 320 G 5400 RPM
 Optical Disc Drive
  Drive No
 Web Camera
  Details Acer Crystal Eye high-def webcam
 Port & Interface  
  USB 3
  Firewire No
  DVI No
  D-Sub/VGA Yes
  e-SATA No
  HDMI No
  Card Reader multi-in-1 card reader
  Express Slot No
  Finger Print No
 Connection
  Wireless Lan Acer Nplify 802.11 b/g/n
  Bluetooth Yes
  LAN Yes
  Modem No
 Battery
  Details Li-ion 6 Cells Battery

 

++ New Honda Jazz ++

December 30, 2009 Leave a comment

หลังจากเมื่อวันที่ 17 Sept 2009 พี่เต็มและท่านแม่เอา Citroen C3 มาโชว์ เห็นปุ๊บบอกได้เลยว่าชอบการแต่งมากๆ เลยตกลงซื้อโลดทั้งๆที่ไม่ได้ประทับใจการขับมันสักเท่าไหร่ สุดท้ายขับมาได้ 3 เดือนก็ตัดสินใจขาย เพราะว่ามันเร่งไม่ค่อยจะขึ้นเลย เป็นรถประเภทม้าตีนปลาย เพราะตีนต้นอ่ะ มันเร่งไม่ขึ้น … แถมระบบเกียร์มันที่เป็นกึ่ง manual ทำให้เวลาไปจอดติดอยู่บนสะพาน หรือทางชัน จะทำให้เราและคนนั่งเสียวไส้ได้ทุกครั้ง เพราะว่ารถมันไหล! สุดท้ายถึงแม้ว่าจะชอบการตกแต่งมากเท่าไหร่ ก็ต้องตัดใจขายไป เนื่องจากเข้ากันไม่ได้ในแง่ของการขับขี่ … T_T

สุดท้ายบอกท่านแม่ไปว่า ok … ขายก็ได้ … เหมือนท่านแม่รอฟังคำนี้มานาน บอกอนุมัติปุ๊บ ท่านแม่จัดการขายปั๊บเลย โดยลืมไปว่าขายไปแล้วคุณลูกจะเอารถที่ไหนใช้! แต่จริงๆเราคิดว่าท่านแม่คงคิดว่าดี เพราะว่าพอไม่มีรถ เราก็ออกไปซ่าส์ไหนไม่ได้ (ซึ่งมันก็ทำให้เราอึดอัดมากๆๆๆๆๆ 5 5 5) สุดท้ายเลยต้องรีบหารถใหม่มาสนอง Need … มองอยู่หลายตัวเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายก็ตัดเหลือแค่ 2 choice คือ Mazda2 กับ Honda Jazz!

ที่มอง 2 คันนี้เป็นพิเศษเพราะเราอยากได้รถเล็กเอาไว้วิ่งในเมือง คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ตัวรถราคาไม่แพง … สุดท้ายไปลองมาทั้งคู่ ต้องยอมรับว่า Mazda2 การขับขี่ให้ feeling ที่ดีจริงๆ แต่เรารู้สึกไม่ชอบความรู้สึกตอนเข้าไปนั่งเลย รู้สึกอึดอัด แคบ แถมแผง console ก็ดูเห่ยๆด้วยในสายตาเรา แต่ขอบอกว่าท่านแม่ขับแล้วชอบมาก … พอไปลอง Honda Jazz แล้วท่านแม่ก็พูดตลอดเวลาว่า Mazda2 ขับแล้วดีกว่า ^^”

สุดท้ายเราตัดสินใจเลือก Honda Jazz นี่แหล่ะ เพราะชอบมันทั้งรูปร่าง หน้าตา การขับขี่ (ถึงจะไม่เด่นเท่า Mazda2 แต่ก็ให้ feeling ในการขับที่ดีพอตัวเลยเชียวแหล่ะ) ทรรศนะวิสัย ความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร & ที่เก็บของด้านหลัง รวมทั้งแผง Console ที่ดูดีถูกใจเรามากๆ … อีกอย่างที่เรายกย่อง Honda มากๆ คือการ design แบบเน้น usability เช่นมีช่อง AUX, USB, มีที่วางแก้วหลายจุดมากๆ, ที่วางแว่น, ที่ใส่เศษเหรียญ, การ design พวงมาลัยให้มีช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ควบคุมเสียงแบบเป็นร่องลึกลงไป (เพื่อที่ว่าเวลาเราหมุนพวงมาลัย มือก็จะไม่ไปบังเอิญโดนปุ่ม control เสียง เดี๋ยวจะเอาไปใส่เพิ่ม ^^) เราเลยค่อนข้างประทับใจมากๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอขอบคุณ พี่หน่อย, sales ประจำศูนย์ฮอนด้าคาร์ สาธร เพราะเรามาตัดสินใจซื้อหลังจากงาน motor show (กลางเดือนธันวาฯ) ตอนแรก check ที่ไหนๆก็บอกว่าถ้าจะออกรถสีที่เราอยากได้ก็ต้องรอถึงกลางเดือนมกราฯเป็นอย่างเร็ว เพราะยอดจอง Motor show สูงมาก … แต่เราอยากได้รถใช้ก่อนปีใหม่นี่!!!! สุดท้ายพี่เต็มแนะนำพี่หน่อยให้เลยได้รถสีที่อยากได้ ภายในเวลาแค่ 1 อาทิตย์เอง (อันนี้รวมแต่งรถ ทุกอย่างหมดแล้วด้วยนะ ^^) … แถมเราไปจองรถวันเสาร์ที่ 19 แล้วอยากรีบใช้รถมาก แต่พี่หน่อยบอกว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลา 4-5 วันในการแต่งรถ และปกติจะเริ่มแต่งหลังจากรู้ผล Finance แล้ว (ซึ่งกว่าจะรู้ก็น่าจะราวๆวันอังคารถัดมา, 22 Dec) ซึ่งไม่ทันใจวัยรุ่นอ่ะ เพราะหมายความว่าเราจะไม่ได้ใช้รถใน weekend ถัดไป … เลยขอพี่หน่อยว่าพี่แต่งรถให้เลยเหอะ ไม่ต้องรอผล Finance หรอก … สุดท้ายก้อ OK ทำให้ด้วยอ่ะ  เลยได้รถมาขับได้ในอาทิตย์ถัดมาเลย ^^

 

19 Dec 2009 ไปที่ศูนย์ Honda สาธรเพื่อไปวางเงินมัดจำ ส่งเอกสารทำเรื่องดาวน์รถ

25 Dec 2009 ไปที่ศูนย์อีกทีเพื่อจ่ายเงินดาวน์ (จริงๆเค้าไปจ่ายกันวันรับรถ แต่แม่ดูฤกษ์มาบอกว่าต้องออกรถวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ศูนย์ปิด! พี่หน่อยก็ช่างดี บอกว่าไม่เป็นไรพี่มาออกรถให้ก็ได้ … ต้องขอขอบคุณอีกครั้งด้วยนะพี่)

26 Dec 2009 10:00 ไปถึงศูนย์เพื่อรับรถ เพราะฤกษ์ที่ดูมาคือออกช่วงเช้า ก่อนเที่ยง ได้หมด ^^ สุดท้ายก็ขับออกมาตอนราวๆ 11 โมง

ข้อมูลเพิ่มเติม

รถ Honda Jazz รุ่น V (AT) ออกด้วยเงินผ่อน เพราะได้ดอกเบี้ยแค่ 2.10% (ดาวน์  187,200, 4 ปี ธ.ธนชาติ, ผ่อนเดือนละ 10,000) เนื่องจากคิดแล้วว่าเอาเงินต้นไปใส่กองทุนได้ดอกเบี้ยมากกว่าเยอะ! ราคาตัวรถ 630,000 บาท แต่เราซื้อชุดแต่งเพิ่ม เป็นชุดแต่ง Modulo (11,800) + กันสาด (1,035) + ค่าจดทะเบียน (2,550) สรุปว่ารถคันนี้สนนราคา 645,385 บาท

ส่วนของที่ทางพี่หน่อยแถมให้มีตามนี้

- ประกันภัยชั้น 1 + พรบ. (ไม่ระบุคนขับ)

- ฟิล์มปรอทกรองแสงทั้งคัน (60% รอบคัน, บานหน้าเต็มบาน 40%) ของ Hi-Cool

- Sensor ถอยหลัง 2 จุด

- พรมปูพื้น

- ผ้ายางปูพื้น

- กรอบป้ายทะเบียน

- ถาดวางของท้ายรถ

- คิ้วบันได Stainless

- พวงกุญแจ

++ Welcome my Citroen C3 ++

September 20, 2009 Leave a comment

เย้ววว ในที่สุดก็ซื้อรถใหม่แล้ว …Citroen C3  เครื่อง 1.6, 110 แรงม้า, เกียร์แบบ Five speed SensoDrive (จะขับแบบ Auto หรือ Manual ก็ได้)  มาพร้อม Sun Roof และชุดแต่งครบ set …

หลังจากกลับมาอยู่ที่เมืองไทยหลายปี ก็แอบใช้รถของแม่มาตลอด ไม่ได้ซื้อเป็นของตัวเองสักกะที ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ค่อยได้ใช้ เพราะทำงานแต่ละที่ก็ติดรถไฟฟ้าตลอด ถึงมีรถก็ไม่ขับไปทำงานหรอก รถติดเสียอารมณ์อ่ะ … แต่สุดท้ายที่ซื้อเพราะรถแม่ที่จิ๊กมาใช้ช่วงหลังๆมันงอแงกับเราจริงๆ (ขนาดเอามาใช้แค่วันเสาร์-อาทิตย์นะนี่) เลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาซื้อรถใหม่ดีกว่า แต่ทีนี้อยากได้รถเล็กๆ ดูคล่องๆตัว เพราะส่วนใหญ่ใช้ในเมือง จะได้ประหยัดน้ำมัน + หาที่จอดรถง่ายด้วย เลยมาจบลงที่เจ้าตัวนี้ ชอบตรงที่ไม่เหมือนใคร เพราะชุดแต่งก็ import มาอ่ะ แต่ที่ชอบสุดๆคือ interior ที่เป็นสีส้มตัดกับสีดำ (Customized อีกเหมือนกัน) ถอยรถคันนี้มาจนกระเป๋าเบาไปเรียบร้อยแล้วก็ต้องก้มหน้าก้มตาเก็บตังค์ต่อไปตามระเบียบ  ^^”

Categories: My Life: Blah Blah Blah Tags: ,

Eating and temples trip on my Birthday, July 21st

July 28, 2009 Leave a comment

วันเกิดปีนี้ตั้งใจว่าจะหยุดงานไปทำบุญ จริงๆตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยหยุดงานเลย แต่มีคนบอกมาว่า เนี่ยะวันเกิดเค้าไม่ให้ทำงานกันนะ ไม่งั้นจะต้องทำงานหนักในปีต่อไป … ไอ้เราก็ลองคิดๆดู เออหว่ะทำไมตูงานเยอะตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนไม่เห็นเคยมีงานสบายเลเลยขอลองตามเคล็ดนี้สักหน่อยท่าจะดี … เลยจัดแจง submit วันลาไปซะตั้งแต่อาทิตย์ก่อนเลย รวมทั้งไปเตรียมซื้อของทำบุญไว้ตั้งแต่ weekend เลย กะว่าหลังจากวันเกิดปีนี้ไปทุกอย่างต้องดีขึ้นๆแน่ๆ หุ หุ …

พอถึงวันเกิด ก็ตื่นเช้าออกมาตักบาตรแถวบ้านก่อนเลย เอาฤกษ์ พอสายๆก็ออกเดินทาง ขับรถมุ่งหน้าไปจ.สิงห์บุรี โดยมีเป้าหมายแน่นอนว่าเราจะไปวัดอัมพวันเผื่อจะได้เจอหลวงพ่อจรัญฯ เพราะเคยได้ยินชื่่อเสียงมานาน แต่ไม่เคยไปสักทีเลย คราวนี้เลยได้โอกาส … แต่ก็มีความตั้งใจอีกอย่างด้วย คือของที่จะเอาไปทำบุญนี่กะจะทำที่วัดอื่นๆด้วย ขอเป็นวัดที่คนน้อยๆไม่ค่อยมีคนไปหน่อยจะดีมาก จริงๆแล้วตัวเราเองจะชอบไปวัดที่คนไม่ค่อยรู้จัก มันเงียบสงบดี รู้สึกไม่ต้องรีบๆเร่งๆ สบายๆ … ขับรถออกมาจากกรุงเทพตอนเกือบ 11 โมง กะว่าจะไปหาข้าวอร่อยๆกินแถวนั้นเลย .. และแล้วววว ก็ได้ลองสักทีกับร้านดังร้านนี้ … "กุ้งเผาทองชุบ" เห็นใน pantip มาหลายกระทู้แล้ว ได้โอกาสลองสักที … ร้านนี้เป็นร้านอยู่ติดริมแม่น้ำเลย ตอนที่ไปถึงก็เที่ยงกว่าๆ มีข้าราชการตำรวจมาทานกันเยอะมาก บรรยากาศก็สบายๆ ลมพัดเรื่อยๆ ไม่ร้อนเลย

ไปถึงด้วยความหิวก็รีบๆดูเมนู เห็นแล้วก็อยากกินไปซะทุกอย่าง แต่ด้วยความที่ไปแค่สองคน จะสั่งเยอะก็ไม่ได้ เลยสั่งได้เท่าที่เห็นในรูป (ยังไม่เยอะอีกเหรอฟะนี่ ^^") … ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งแม่น้ำมากๆ เลยสั่งมา 2 ตัว กุ้งที่นี่ขายกิโลละ 900 อย่างที่เราสั่งมา 2 ตัวนี่ก็ 630 บาท คือโลนึงจะได้ประมาณ 2 ตัวกว่าๆไม่ถึง 3 ตัวอ่ะนะ … สั่งกุ้งเผาธรรมดาๆนีเลย แล้วให้เค้าเอาหัวกุ้งไปทำต้มยำให้ เอาไว้ซดน้ำเฉยๆ … อย่างอื่นๆที่สั่งอีกก็มีห่อหมก (อร่อยมากๆ), ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม, แกงป่าลูกชิ้นปลากราย (ลูกชิ้นหนึบมากๆ อร่อยของจริง) … กินแล้วบอกได้คำเดียวว่าอาหารร้านนี้รสชาติเผ็ดจัดจ้านบ้านๆได้ใจมากๆเลยอ่ะ ใครผ่านมาทางนี้ต้องไม่ลืมแวะมาทานให้ได้เลยนะ

ทานอิ่มเรียบร้อยแล้วก็มุ่งหน้าหาวัดที่จะเข้าไปทำบุญกันต่อเลย … เราใช้วิธีวิ่งเลียบถนนด้านใน (ไม่ได้วิ่งถนนใหญ่) ไปเรื่อยๆ เพราะวัดแถบนี้เยอะมาก ขับออกมาได้แป๊บนึงก็บอกเปิ้ลว่าถ้าวิ่งไปแล้วเจอวัดไหนเป็นวัดแรกปั๊บก็จะแว่บเข้าไปเลย … และก็มาเจอกับ "วัดเก้าชั่ง" เราก็เลี้ยวรถเข้าไปเลย … เดินไปเจอหลวงพี่รูปนึง กับพี่ที่เป็นเด็กวัด ก็บอกว่าพี่ๆจะมาทำสังฆทานอ่ะ พีเค้าก็ทำหน้างงๆ หลวงพี่ก็ทำหน้างงๆ เสร็จแล้วตอนเริ่มปกติแล้วพระต้องนำสวดใช่ป่ะ นี่หลวงพี่บอกว่าอ่านตามบนกล่องหลอดไฟที่นำมาถวายเลยละกัน (พอดีถวายหลอดไฟด้วย และบนกล่องมันมีเขียนบทสวดไว้) … พอถวายเสร็จเรียบร้อย พี่เด็กวัดมีการกระซิบบอกว่า นี่ถ้ามางานถวายผ้าป่าก็ยังนำสวดได้นะนี่ ฮ่าๆๆๆ สงสัยมาวัดที่ไม่ค่อยมีใครมาทำสังฆทานมั๊งนี่

 
ออกจากวัดนี้ก็บ่ายโมงแก่ๆแล้ว เลยรีบตรงดิ่งต่อไปที่วัดอัมพวัน เนื่องจากได้ข่าวว่าหลวงพ่อจรัญจะลงมาตอนบ่ายสอง … ไปถึงเดินเข้าไปเห็นคนเพียบเลย คิดอยู่ว่าโห นะ นี่ขนาดมาวันธรรมดานะนี่ ถ้ามาวันเสาร์ อาทิตย์จะเป็นไงเนี่ยะ ^^" พิธีการที่นี่เร็วมาก พอบ่ายสองหลวงพ่อก็ลงมา สวดให้พรแป๊บนึง แล้วให้คนที่มาเริ่มต่อแถวถวายของได้เลย ถวายเสร็จหลวงพ่อก็ขึ้นเลย หลวงพ่อดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี แต่ตอนที่จะออกไปต้องมีคนมาอุ้มท่านไปนะ ไม่แน่ใจว่าขาอ่อนแรงหรือเปล่า … เราอยู่วัดอัมพวันกันประมาณชั่วโมงได้มั๊ง คือพอถวายของเสร็จก็เดินสำรวจวัดแป๊บนึง อ่อ วัดนี้คนนิยมมาปฏิบัติธรรมกันด้วยนะ จะมาแบบ 3 วันหรือ 7 วันก็ได้เลย รับเข้าทุกวันศุกร์ แต่พอดีวันที่เราไปเป็นวันโกนพอดี คนเลยมากันเยอะเลย

ออกจากวัดอัมพวันก็ไปต่อกันที่วัดพระปรางค์มุนี ที่มีมักกะลีผลอยู่ หลวงพี่วัดนี้ใจดีมากๆ เปิดห้องที่เก็บให้ดูด้วย เพราะตอนไปถึงห้องนี้ปิดไปแล้วน่ะ อ่อวัดนี้มีสัตว์สตาฟเป็นช้างกับสุนัขด้วยนะ

ออกจากวัดก็มุ่งหน้ากลับกทม. แวะรับโดมที่มธ.รังสิตเพราะไปทำโปรเจคให้บริษัทแถวนั้นพอดี เสร็จแล้วก็บึ่งไปรับท่านแม่ที่อู่ เพราะคืนนี้เราจะไปทานข้าวกัน … ถามทุกคนไม่มีใครออกไอเดียเลยว่าอยากไปไหน ไอ้เราก็อยากอาหารอะไรก็ได้ที่ไม่เผ็ดอ่ะ เพราะว่าอาหารเมื่อกลางวันน่ะ มันอร่อยนะแต่เวลาเรากินของเผ็ดมากๆ จะรู้สึกร้อนท้องตลอด ไม่ดีเลย พอตกตอนเย็นนี่เลยต้องหาอาหารที่ไม่ค่อยเผ็ดกินแทน … คิดไปคิดมาก็อาหารญี่ปุ่นนี่แหล่ะ เลยไปกันที่ Esplanade เลย ร้านวาซาบิ ชั้นขายตั๋วโรงหนังนั่นเอง ร้านนี้บรรยากาศดี พนักงานมารยาทดี …. เป้าหมายที่เราอยากมาลองมากๆวันนี้คือชาบูน้ำเต้าหู้ ส่วนอย่างอื่นๆก็เพลนๆ ดูได้ตามรูป สรุปว่าอาหารมื้อนี้อร่อย ชาบูอร่อยสมกับที่ตั้งใจมาทานเลย ส่วนอย่างอื่นๆก็คุณภาพดี อร่อย ไม่เสียแรงที่มา ^^

สรุปว่าวันนี้เป็นวันเกิดที่ Happy (ที่ไม่ต้องไปทำงาน ฮ่าๆๆ) ได้ทำบุญตามที่ตั้งใจ ได้ตระเวณกินของอร่อย … พอใจแล้วววว

Extra: ส่วนของขวัญวันเกิดจากท่านแม่ในปีนี้ถูกบังคับซื้อให้คือ VAIO ตัวใหม่ที่กำลังใช้อยู่ ณ ตอนนี้ & กล้อง canon ixus 110is ที่ดูผลงานได้จากรูปใน post นี้แหล่ะ … ท่านแม่ซื้อกล้องให้ก่อนล่วงหน้า ส่วน vaio จริงๆก็จะได้ล่วงหน้าเหมือนกัน แต่ไปที่ร้าน sony แล้วสีเงินที่อยากได้ดันหมด พนักงานก็บอกว่า เอาสีชมพูไปแทนสิครับ สวยนะ (คิดในใจ … สีชมพูมันเข้ากับหน้าเราม๊ากมากเลยเนอะนี่ ^^") เลยบอกว่าไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวโทรมาเช็คใหม่เรื่อยๆ และสุดท้ายก็เลยได้ซื้อมาในวันเสาร์ที่ผ่านมา … ส่วนเหตุผลที่ท่านแม่บังคับให้ซื้อ desktop เนี่ยะ มันมีที่มานะ ….คือตั้งแต่กลับจากเมกาฯมาเราใช้แต่ notebook อย่างเดียวเลย เวลาแม่เข้ามาในห้องเห็นเราทำงานกับจอเล็กๆของ notebook แล้วชอบบ่น บอกว่าอยากให้ใช้จอใหญ่ๆ เดี๋ยวสายตาเสียหมด … ไอ้เราก็ปฏิเสธมาตลอด บอกว่าใช้แบบนี้สบายดี เวลานั่งเล่นเบื่อๆ ก็เอามานอนเล่นบนเตียงได้ด้วย สบายจะตาย … แต่สุดท้ายขัดท่านแม่ไม่ได้ (คือจริงๆไม่อยากฟังแม่บ่นแล้วนั่นแหล่ะ 5 5 5) เลยได้มาด้วยประการฉะนี้ … จบ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 669 other followers