จริงๆ oldies เป็นร้านอาหารที่เราชอบนะ เพราะเมนูมีหลากหลายมาก ทั้ง ไทย ฝรั่ง เวียดนาม ราคาก็กลางๆ รสชาติก็อยู่ในระดับที่ดี อาจจะไม่ถึงกับอร่อยเริ่ด แต่ก็ถือว่าอร่อยนะ … พอดีวันก่อนโอ๋แวะเอากาแฟเกาหลีมาให้เลยพาไปกินร้านนี้ สามารถนะกิน 2 คน 5 อย่าง หมดเกลี้ยงไม่เหลือ 555++ ทุกอย่างรสชาติดีอ่ะ เสียดายพวกแก๊งค์ที่ทำงานไม่ค่อยจะชอบมากินกัน เลยต้องใช้โอกาสเวลามีคนแวะมาหานี่แหล่ะ มากิน แห่ะๆๆ
ข้าวผัดแกงเขียวหวานนี่เป็นเมนูโปรด เห็นทีไรแพ้ทางต้องสั่งทุกที จริงๆยังหาร้านที่ผัดได้รสชาติที่ถูกใจ 100% ยังไม่ได้ ร้านนี้รสชาติเครื่องแกงจะอ่อนไปหน่อยแต่ก็โอเค แก้ขัดได้แบบไม่แย่อะไร สรุปว่าร้านนี้อาหารรสชาติกลางๆ ราคากลางๆ แต่เน้นความหลากหลาย ทั้งหมดที่กินไปนี่อยู่ประมาณสี่ร้อยต้นๆ ;)


เนื่องด้วยงานแต่งงานของหญิงโดนเลื่อนมาจากเมื่อเดือน Nov 2011 เพราะติดสถานการณ์น้ำท่วม มาเป็นวันที่ 17 Feb 2012 งานนี้เลยเหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่นย่อมๆ ออยก็บินมาจากเชียงใหม่ ขำตรงที่พวกเรารีบออกจากบ้านไปถึงที่งานกันอย่างเร็ว แบบว่าไปถึง 5 โมงได้ แบบว่าถึงก่อนเจ้าบ่าว-เจ้าสาวอีกอ่ะ หลังจากเสร็จงานยังไปต่อ EST.33 @CDC ต่อกันสามคน เรา,ออย,เปิ้ล ได้อีกนะขอบอก ^^

หลังจากเสร็จคืนวันแต่งงาน วันรุ่งขึ้นก็นัดกันไปเจอที่ Esplanade เพราะนัดกันไว้ใน Gang ว่าจะไปชิมร้าน Hongkong Kitchen ที่เอ๋เป็นหุ้นส่วน ตอนนี้มี 2 สาขาแล้ว ที่ Esplanade รัชดา กับที่ Rainhills สุขุมวิท 47 ร้านนี้เป็นอาหารสไตล์ฮ่องกง เชฟนี่ import มาเลย พวกเราก็สั่งกันมาลองคนละอย่าง จะได้ชิมหลายๆอย่าง อยากบอกว่าโจ๊ก & หมูแดงอร่อยสไตล์ฮ่องกงจริงๆเลย ส่วนที่ติดใจอีกอย่างคือก๋วยเตี๋ยวหลอดปาท่องโก๋ เมนูนี้มาถึงแล้วต้องรีบกินทันทีเลย ไม่งั้นถ้าหายร้อนแล้วความอร่อยจะหายไปอีกเยอะ สรุปอาหารอร่อย แต่ขอบอกว่ากินจานเดียวไม่อิ่มนะคุณเพื่อน (หรือเรากระเพาะใหญ่กว่าชาวบ้านหว่า ^^”)

กินกันแบบไม่เยอะ เพราะเรามีนัดกันไปต่อ swensen’s อีก ตอนนี้เทศกาลมะม่วงซะด้วย เราชอบไอติมมะม่วงของ swensen’s มาก ไม่เคยพลาดสักปี ปีนี้อยู่กับออยที่ชอบเหมือนๆกัน เลยสั่ง hurricane มาแบ่งกันซะเลย ^^

ตั้งแต่ปลายปี 2011 จนถึงเดือน feb 2012 เกิดเหตุการณ์กับร่างกายติดๆกันอย่างต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน … เรียงลำดับตามเหตุการณ์ได้ตามนี้
- อาหารเป็นพิษ จากทริปไปเขมร
- ก้างปลาแรดแทงคอจนคอเป็นแผล จากที่ไปเยี่ยมญาติที่จ.อุทัยธานี
- คออักเสบ เป็นไข้สูง
- หวัดกิน
- หน้าเป็นผื่นขึ้นมาซะเฉยๆไปครึ่งหน้า
- เกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำจนได้เลือด ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 7 Feb (ประมาณทุ่มกว่าๆ)
รู้สึกว่าอะไรมันจะขนาดนี้นะ ปกติเราเป็นคนที่ไม่ได้ใช้บริการหมอเลย แต่นี่ในช่วงเวลาแค่เดือนกว่าๆไปหาหมอมาหลายรอบมากๆ ยิ่งอุบัติเหตุล่าสุดที่เกิดตอนอาบน้ำนี่สุดยอดซวย แบบว่ากำลังอาบน้ำอยู่ หัวก็มีแชมพูอยู่ ก็เปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ กำลังจะเตรียมล้างหน้า แปรงฟัน ขณะที่กำลังเอามือสองข้างท้าวอ่างอยู่ (ท้าวเบาๆไม่ได้ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งตัวนะ) อ่างมันก็พังยุบตัวลงไปเลย ไอ้เราที่ท้าวอยู่ก็เสียหลัก ล้มลงไปได้แผลที่มือทั้งสองข้าง กับก้นทั้งสองข้าง!
ตอนแรกที่มองเห็นเลือดไหลโจ๊กๆจากมือสองข้าง ไม่ยอมหยุด หัวก็มีแชมพู น้ำจากท่อที่ต่อจากอ่างล้างหน้าที่พังก็พุ่งกระฉูด กระเบื้องกระจายเต็มพื้นห้องน้ำไปหมด ก็คิดว่าเราจะล้างหัวก่อน หรือแต่งตัวเพื่อรีบไปปิดปั๊มน้ำที่อยู่ชั้นล่างก่อน แต่ก็ต้องห้ามเลือดด้วย แต่มันก็ไหลทั้งสองมือ ทุลักทุเลมาก สรุปคือรีบใส่เสื้อผ้าแบบเร็วๆแล้วหากระดาษมาซับเลือดไว้ แล้วลงไปปิดปั๊มน้ำ หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปโทรศัพท์หาน้องชาย เพราะตอนนั้นอยู่บ้านคนเดียว บอกน้องว่ามีอุบัติเหตุ ให้ซื้ออุปกรณ์ทำแผลกลับมาให้ด้วยนะ รีบๆกลับมาหน่อยก็ดี เพราะกดเลือดมาสักพักละมันยังไหลไม่หยุด เยอะด้วย
หลังจากนั้นสักพักคนงานที่อู่ก็มาที่บ้าน บอกว่าแม่โทรไปบอกให้รีบล่วงหน้ามาดูเราก่อน พอหลุยส์เดินมาถึงก็ถามว่าเป็นแผลที่ก้นด้วยเหรอ ทำไมกางเกงด้านหลังชุ่มเลือด สรุปมีแผลตรงก้นส่วนด้านบนยาวมาก ที่เราไม่เห็น และไม่รู้สึกด้วย (ณ เวลานั้นมันคงชาอยู่) หลังจากนั้นน้องมาถึงบ้าน พอเห็นแผลก็บอกว่ารีบไปรพ.ดีกว่าเพราะแผลยาวมาก … สรุปเลยไปเปาโล เข้าไปรอหมอศัลฯอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่ชั่วโมงกว่า สุดท้ายโดนเย็บก้นไป 11 เข็ม และนิ้วโป้งซ้ายไปอีก 5 เข็ม แถมด้วยแผลเล็กแผลน้อยอีกหลายจุด -_- โดนฉีดยาชา 2 จุด และวัคซีนกันบาดทะยักอีก 1 เข็ม ค่ารักษา 7 พันกว่าๆ
ตอนกลับมาอยู่บ้านสิ แย่กว่า ปวดแผลก็ปวด นอนหงายไม่ได้ นั่งหรือยืนนานหน่อยก็ไม่ได้ อาบน้ำก็ไม่ได้ มือซ้ายใช้งานไม่ได้ แล้วก็มือสองข้างโดนน้ำไม่ได้เพราะมีปิดผ้าพันแผลไว้ที่นิ้วของทั้งสองมือ จะเปิดขวดหรือจะจับส้อมมือซ้ายก็ไม่ได้เพราะมันต้องออกแรงนิ้วโป้งที่เย็บแล้วจะปวดมาก รู้สึกรำคาญตัวเองมาก แปรงฟันหรือล้างหน้าทีนี่ทุลักทุเลน่าดู สมเพชตัวเองจริงๆเลย T_T
ปีนี้ไม่ใช่ปีชงของเรานะ แต่เหมือนใช่เลย หรือจะเป็นเพราะปีนี้อายุย่างเข้า 35 เปรียบเหมือนเบญจเพศจริงๆ เดี๋ยวดีขึ้นจะต้องไปทำบุญโลงศพละ >_< แต่คิดๆแล้วที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้กับเราก็ยังดี เพราะเราใช้ห้องน้ำแม่ ถ้าเป็นแม่โดนอาจจะแย่กว่านี้ ดูว่าถ้าไม่ใช่เราเหตุการณ์นี้ก็ต้องเกิดอยู่ดีเพราะเหมือนอ่างมันต้องพังแน่ๆ แค่คิดก็เสียววาบละ!

ระหว่างรอตัดไหมต้องไปล้างแผลเรื่อยๆ ดีที่ออฟฟิศมีห้องพยาบาล มีพยาบาลประจำอยู่แล้ว เลยให้พี่พยาบาลช่วยล้างแผลให้ไม่ต้องไปโรงพยาบาลเอง หมอนัดตัดไหมวันที่ 17 Feb … ปกติทั่วๆไปเค้าจะนัดตัดไหมกันที่ 7 วัน แต่แผลของเราเป็นตรงจุดที่มีการใช้งานเยอะ หมอเลยคิดว่าน่าจะใช้เวลากว่าแผลจะติดกัน เลยนัดที่ 10 วัน แต่ก็นะเวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 10 แผลที่นิ้วก็ยังไม่หายปวด แถมยังมีอาการชาๆเป็นระยะๆ แต่แผลตรงก้นนี่หายละ ไม่รู้สึกปวดละ ตอนที่ไปรอหมอที่รพ.เพื่อไปตัดไหมยังบอกหมอเลยว่า ที่มือนี่ยังปวดอยู่เลยนะหมอ … หมอมองแผลแบบผ่านแล้วก็บอกว่าตัดได้ เลยให้พยาบาลตัด -_-! ตอนตัดไหมที่นิ้วนี่เจ็บมากขอบอก ตัดเสร็จถึงเห็นว่าแผลยังไม่ติดกัน!!! เซ็งเป็ด เลยต้องติดที่ยึดแผลต่อไปอีกสักพัก แต่แบบว่าเคืองหมออ่ะ เหมือนแทบไม่ได้ดูแผลเราเลย ถ้าแผลมันยังไม่สนิทก็ไม่ควรจะให้ตัดไหมหรือเปล่า? ครั้งต่อๆไปที่ไม่สบาย จะไม่ไปเปาโลล่ะ บริการก็ห่วย แพงอีกตะหาก จะไปเปิดประวัติใหม่ที่พญาไทครั้งต่อไปที่ต้องไปรพ.แล้ว แน่นอน!

วันนี้ก็ยังไม่หายป่วย รู้สึกร่างกายต้องการสารอาหาร ตอนแรกกะว่าจะไปกิน sizzler แบบว่าจัดเต็มโปรตีนกันเลยทีเดียว ขับรถออกจากบ้านมุ่งหน้า central ลาดพร้าว เดินไปถึง sizzler แบบว่าคนล้มหลาม -_-” ด้วยความขี้เกียจรอเลยขอบายดีกว่า เดินลงมาชั้นใต้ดินคิดๆอยู่ว่าจะกินไรดีน้อ … เดินผ่าน Chabuton เห็นวันนี้ไม่มีคิวเลยได้โอกาสลองละ เลี้ยวเข้าไปเลย เพราะปกติจะมากินทีไรคิวยาวทุกที วันนี้เพิ่งมาครั้งแรกต้องขอสั่ง Tonkotsu Chashumen เป็น ramen ในน้ำซุปกระดูกหมู แบบว่าอร่อยมากกกกกกกก น้ำซุปเข้มข้น หมูชาชูนุ่ม อร่อย เคยอ่านรีวิวหลายๆคนบอกว่าเค็มเกิน เรากินๆไปจะรู้สึกว่าเค็มขึ้นจริง แต่ก็ชอบอยู่ดี เพราะรู้สึกว่าน้ำซุปมันเข้มข้นดีมาก

เวลามากิน Ramen นี่ถ้าจะให้ครบสูตรต้องมีไก่คาราเกะ และเกี๊ยวซ่า ซึ่งก็มีอยู่ในเมนู เพราะงั้นเราก็ไม่มีพลาดแน่นอน ^^ ไก่คาราเกะเนื้อนุ่มดีมาก แต่เราว่าแป้งอมน้ำมันไปหน่อย ยังไม่ชอบมากเท่าไหร่ ส่วนเกี๊ยวซ่านี่มาแบบตัวเล็กๆอ่ะ รู้สึกกินแล้วไม่สะใจ ชอบตัวใหญ่ๆใส้ตู้มๆอ่ะ 555++ แต่รสชาติดีนะ เพราะงั้นสรุปว่า side dish ของที่นี่เราเฉยๆ แต่ราเมงนี่สุดๆไปเลย ชอบๆๆ คราวหน้าจะมาลองแบบอื่นดูบ้าง ^^


ว่าแต่นั่งกินไปมองโต๊ะรอบข้างไปแล้วรู้สึกละอายใจ คนอื่นเค้าสั่งกันแบบ Ramen คนละชาม แต่นี่เราเหมาคนเดียวหมดนี่ แถมออกจากร้านยังไปต่อชานมไข่มุกอีกตะหาก … แบบว่าไม่สบายแน่หรออออออเนี่ยะ XD
ตั้งแต่ปีใหม่มาป่วยติดๆกันมาทั้งเดือน พอหายเจ็บคอ (ถูกก้างปลาแร่ดทิ่มคอ เนื่องจากตะกละกินเร็วจัด T_T) ก็มาเป็นคออักเสบไข้ขึ้น พอหายปุ๊บก็เป็นไข้หวัดต่ออีก อย่างเซ็ง คงเป็นเพราะว่าช่วงนี้อากาศแปลกๆ หน้าหนาวแต่ฝนตกซะงั้น พอร่างกายกำลังจะ recover ดันมาเจอฝนเข้าไปเลยไม่สบายต่อเลย -_- เลยต้องหาไรร้อนๆบำรุงร่างกายซะหน่อย เลยไปลงเอยที่ Momo Paradise สาขา CDC จริงๆชาบูร้านนี้ราคาจัดว่าแพงกว่าที่อื่นนะ เพราะว่ามีให้แค่เนื้อกับหมู 2 อย่างเท่านั้น ความหลากหลายไม่มี แต่คุณภาพของเนื้อนี่สิ กินขาดเลย และ slide มาแบบไม่บางเฉียบ กินเต็มปากเต็มคำ แถมมี counter ให้ตักผักเอง สรุปว่าถึงจะไม่หลากหลายแต่ก็เลือกไปเพราะคุณภาพอยู่ดี ^^

ออกจาก Momo Paradise แล้วรู้สึกยังอิ่มไม่เสร็จ อยากได้ของหวานสักหน่อย จำได้ว่าเคยอ่าน review ร้านไอติมที่เปิดใหม่ที่นี่ชื่อ Me & Ice Cream เลยไม่พลาด ต้องขอลองสักหน่อย … ขนาดอิ่มๆแล้ว เดินเข้าไปเจอเมนูก็จัดทั้ง Crepe & Waffle มาลองซะเลย … เราไม่ค่อยชอบ crepe นิ่มเลยเฉยๆ แต่ส่วน waffle นี่ชอบมาก กินคู่กับ Mocha Almond Ice Cream แล้วอร่อยจริงๆ แต่เราว่ารสชาติของ ice cream ก็อร่อยธรรมดาๆนะ ไม่ได้อร่อยมากมาย พอๆกับ swensen’s แหล่ะ แห่ะๆๆ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปลองร้านอื่นๆนอกจากร้านในห้างบ้างก็แนะนำร้านนี้นะ เพราะนั่ง outdoor ชิลๆ คนไม่เยอะเลย ร้านนี้หาไม่ยาก อยู่ติดกับ Samsung Shop (ตรงข้าม Daiso) เลย


หมดวันตระเวณกินไปอีกวัน happy มีความสุข … อาหารอร่อยๆเป็นการเยียวยาร่างกายและจิตใจได้จริงๆ ^^
เห็นรีวิวร้านนี้มาได้สักพักแล้ว อยากกินมากกก เพราะจริงๆร้าน Burger ที่อร่อยๆหายากนะ อย่าง fast food ทั่วไปเช่น Mc Donald’s หรือ A&W ก็กินได้แค่พอหายอยาก แต่ถามว่าอร่อยไหม … แห่ะๆๆ เอาที่พอจะได้อยู่ก็ Burger King แต่เราอยากได้ Burger ที่ชิ้นโตๆ เนื้อหนาๆ แต่ไม่แข็ง มีความชุ่มช่ำของเนื้อกำลังดี เห็นรีวิวร้านนี้แล้วมี Burger หลากหลายแบบมาก ท่าจะแจ่ม วันนี้เลยได้ไปลองในที่สุด ^^ ร้านนี้อยู่ที่ตึก Opus ซ.ทองหล่อ 10 ใกล้ๆ Ramen Champion แหล่ะ หาไม่ยาก จอดรถใต้ตึก ส่วนร้านอยู่ชั้น 2 เมนูมีหลากหลายเลือกไม่ถูกเลย (แบบว่าอยากกินไปหมด) แต่สุดท้ายก็สั่งตัว hit มาลองก่อนเลย คือ “The Yankee” มีเนื้อ/cheddar cheese/onion ring/bacon สั่งแค่แบบ Regular Size แต่เพิ่ม option เปลี่ยนจาก french fries ธรรมดาเป็น Curly Fries
ตอนมาถึงมันดูอลังการมากเลย แบบว่าสูงง่ะ … กลุ้มใจขึ้นมาในบัดดลว่าแล้วตูจะกินยังไงล่ะเนี่ยะ ควรจะใช้มีดกะส้อมเพื่อรักษาภาพพจน์ไหม … แต่คิดไปคิดมากินเบอร์เกอร์มันต้องมือสิ เลยสลัดความเขินกินไปแบบลูกทุ่งๆเลย 555++ ได้อารมณ์แต่เลอะเทอะพอดูนะ แห่ะๆๆ …กัดเข้าไปคำแรก แบบว่าปลื้มมาก รสชาติมันเข้ากันจริงๆเลยทั้งเนื้อ ทั้ง onion ring, cheese ส่วน Curly Fries ก็อร่อยมากๆ กินแล้วหยุดไม่ได้เลย ถ้าไม่เกรงใจพุงตัวเองคงจะสั่งมากินอีกจานต่างหากไปแล้ว


สรุปว่าอร่อยมาก เดี๋ยววันหลังจะกลับไปลองเมนูอื่นๆบ้าง ^^
Reference เมนูที่ร้าน http://www.bangkokburgercompany.com/html/menu.html
ตอนขากลับแวะซื้อไอติมเค้ก swensen’s กลับมากินกับแม่ & คนงานที่อู่ด้วย อร่อยมาก จริงๆถ้าไม่เกรงใจให้นั่งกินไปเรื่อยๆคนเดียวจะหมดก้อนไหมนะเรา ^^”

จากหลายๆหมอบอกว่าปีนี้จะเป็นปีที่เราเฮงมากๆ ขอ reference ของหมอลักษณ์เป็น 1 ในนั้น … แล้วเดี๋ยวสิ้นปีมาดูกันว่าจะเป็นไง แม่นไหม ^^
ส่วนของราศีอื่นๆไปตามลิงค์นี้ http://www.thefuntong.com/content/view/86.html
พอดีทางพี่ๆ BU บอกมาว่า พี่เอ จะพาทีมงาน CPA ไปเลี้ยงปีใหม่ซะหน่อย หลังจากตกระกำลำบาก ถูไถๆกับระบบนี้มาทั้งปี ระบบมันก็ลุ่มๆดอนๆเนื่องจากมี change & impact จากระบบอื่นๆเยอะมาก ทางเราก็ต้องขอขอบคุณพี่เอมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะจริงๆก็มี impact กับ service บ่อยครั้งมากนะ แต่พี่เอก็ยังนึกถึง พาพวกเราไปทานข้าวอยู่ดี … เปิดโอกาสให้พวกเราเลือกเอง เจ้านกเลยไม่พลาด request สมบูรณ์เลยเชียว
สรุปแล้วอาหารอร่อยเหมือนทุกๆครั้ง กินกันอิ่มหนำสำราญ ขอบคุณพี่เอมากมาย ^^




เคยเห็น review ในเนทมาหลายทีละ กับร้านข้าวหน้าเนื้อของ Chounan ตั้งแต่ตอนมีสาขาเดียวอยู่ที่สุขุมวิท 24 ข้างๆ emporium อยากไปลองหลายทีแต่ไม่สบโอกาสไปสักกะที ตอนนี้เค้าขยายสาขามาเปิดที่ห้างละ ตอนนี้มีทั้งที่ central ลาดพร้าว และ พระราม 9 เลย วันนี้ไปกับที่บ้านเลยสบโอกาสทดลองหลายๆอย่าง ไปกัน 3 คน สั่ง ข้าวหน้าหมู+ไข่อองเซ็น/ข้าวหน้าหมูโอโคโนมิยากิ/ข้าวหน้าปลาแซลมอน/ข้าวหน้าไก่ใส่ไข่/ไก่คาราเกะ 2 ที่ อร่อยทุกอย่าง กินเรียบ! แต่พอดีวันนี้ไปกับแม่เลยไม่ได้ลองเมนูเนื้อ แต่โดมเคยไปกินข้าวหน้าเนื้อมาละบอกว่าอร่อยกว่าหมูอีก แต่เราว่าหมูก็อร่อยแล้ว มีเนื้อมีหนังกว่าของ Yoshinoya ส่วนจานอื่นอย่างข้าวหน้าไก่ก็รสกลมกล่อม ไก่คาราเกะสั่งมาจานนึงไม่พอต้องต่ออีกจาน เพราะเนื้อไก่นุ่มมาก … ท่านแม่ติดใจ ขอเบิ้ล ^^
สรุปว่าร้านนี้จะเป็นอีก 1 ร้านโปรดเวลาอยากกินข้าวหน้าแบบง่ายๆ ฟันธง!


ใช้ BB curve 8520 มาได้ 2 ปีพอดีๆ เพราะจำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาธันวาปี 2552 ราคาพนักงาน 9900 บาท สองปีผ่านไป ราคาตกมาเหลือประมาณ 6000 ก็โอเคนะ แต่หลังๆเริ่มขัดใจเพราะว่า BB ไม่ค่อยมี app อะไรมารองรับ แถมไอ้ 8520 นี่ก็ไม่ support 3G และตอนนี้กระแส 3G กำลังแรง รวมทั้งขัดใจเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วรูปมันแบบว่ากากกกกมาก ^^” เลยได้ฤกษ์เปลี่ยนมือถือใหม่สักทีละ spec ของ iphone 4s มีส่วนที่เปลี่ยนไปจาก iphone 4 ไม่ถือว่าเยอะมาก เน้นเรื่อง cpu แรงขึ้น กับกล้องที่เทพขึ้น แต่แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เรารอได้ละ เพราะตอนที่เริ่มอยากเปลี่ยนมือถือนั่น 4s ยังไม่ออก แต่จะซื้อ 4 ไปเลยก็กระไรอยู่ เพราะรู้ๆอยู่ว่า 4s กำลังจะเปิดตัวอยู่แล้ว ด้วย spec ที่ต่างกันประมาณนี้
|
|
Iphone 4s
|
Iphone 4
|
|
Processor
|
Dual-core Apple A5
|
Apple A4
|
|
Display
|
3.5-inch IPS 960 x 640
|
3.5-inch IPS 960 x 640
|
|
Primary camera
|
8 megapixel AF with flash and
f/2.4 aperture
|
5 megapixel AF with flash
|
|
Secondary camera
|
VGA at 30fps
|
VGA
|
|
Video recording
|
1080p at 30fps, optional
iMovie
|
720p at 30fps, optional iMovie
|
|
Cellular
|
Hybrid GSM / CDMA “World
Phone”, Bluetooth 4.0
|
Quadband GSM, pentaband HSPA
|
|
WiFi
|
802.11b/g/n
|
802.11b/g/n
|
|
Orientation sensing
|
Accelerometer, digital
compass, gyroscope
|
Accelerometer, compass,
gyroscope
|
|
FaceTime video calling
|
Yes
|
Yes
|
|
SIM standard
|
Micro SIM
|
Micro SIM
|
|
Battery life
|
Up to 8 hours talk time
on
|
Up to 7 hours talk time
on
|
|
3G
|
3G
|
|
Up to 14 hours talk time on 2G
|
Up to 14 hours talk time on 2G
|
|
Up to 6 hours data on 3G
|
Up to 6 hours data on 3G
|
|
Up to 9 hours data on
WiFi
|
Up to 10 hours data on
WiFi
|
|
Up to 40 hours audio
|
Up to 40 hours audio
|
|
Up to 10 hours video
|
Up to 10 hours video
|
|
Up to 200 hours on standby
|
Up to 300 hours on standby
|
|
Weight
|
140 grams / 4.9 oz
|
137 grams / 4.8 oz.
|
|
Dimensions
|
115.2 x 58.6 x 9.3mm
|
115.2 x 58.6 x 9.3mm
|
iphone 4s นี่ตอนแรกมีเปิดให้พนักงาน dtac จอง online ด้วย แต่ต้องอาศัยโชคนะ เพราะมี lot แรกให้พนักงานแค่ 100 เครื่อง แต่ไม่ได้ราคาพิเศษ จองไปด้วยแหล่ะแต่ไม่ได้ … แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ เพราะเวลาเดียวกัน apple ประกาศให้สั่งซื้อผ่าน apple store online ได้เลย ราคาถูกกว่าซื้อศูนย์อีก เรากะโดมก็เลยจัดกันไปคนละเครื่อง ของเราสั่งสีดำ 16 GB (20,900) ส่วนของโดมสั่งสีขาว 32 GB (24,900) ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่าศูนย์เครื่องละ 1,550 เพราะ 16 GB เครื่องศูนย์ 22,450 (หรือพนักงานก็ราคาเดียวกัน) … กดสั่งซื้อไปตอนเย็นวันที่ 19 Dec 2011 ทั้ง 2 เครื่อง ห่างกันเครื่องละครึ่งชั่วโมง ได้ order confirm พร้อม delivery period 29 Dec 2011 – 6 Jan 2012 ของโดมที่กดสั่งไปก่อนได้รับของวันที่ 5 Jan 2012 ส่วนของเราได้วันที่ 6 Jan 2012 โดย ship ออกมาจาก singapore by DHL สามารถ track status ของ shipment ได้แบบ online แบบค่อนข้างละเอียดเลย อย่างของเราให้ส่งไปที่อู่ พอ check online ปุ๊บก็สามารถบอกได้เลยว่าของถึงตอนกี่โมง และใครเป็นคนรับของ ^^

พูดถึงเรื่อง packaging เราว่าเค้า pack มาได้ดีมาก เพราะแกะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีพลาสติกยึดเอาไว้กับตัวกล่องไม่ให้โยกไปมา ส่ว่นอุปกรณ์ที่มีให้มาก็จะมีหัวชาร์จ/สาย usb/หูฟัง/คู่มือ ส่วนตัวเครื่องจะมีแผ่นกันรอยแปะมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง … ก่อนใช้งานก็ต้องไปศูนย์ dtac ขอ micro sim ก่อน โดย sim เก่าเราเป็น atmsim เพราะงั้นตอนขอ sim ใหม่ก็ต้องบอกเค้าว่าขอเป็น micro atmsim ไม่งั้นพนักงานก็จะให้ micro sim ธรรมดาๆมาแทน

ก่อนที่จะ switch เครื่องก็ต้องทำการ backup พวก contacts ทั้งหลายแหล่ก่อน … อันนี้ยุ่งยากนิดหน่อย เพราะว่า contacts ใน BB เรามีที่เก็บไว้ใน account ของ gmail กับ account ของ mail ที่ทำงาน เพราะงั้นเราเลยต้องทำหลาย steps หน่อย
1. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก bb ไป gmail
2. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก gmail ลง iphone
3. ใช้ itune บนเครื่องที่เก็บ outlook contacts เพื่อ sync contacts ที่เหลือลง iphone
ขำตัวเองตอนรับสายแรก หลังจากเสียบ sim แล้ว turn on iphone คือพอดีแม่โทรเข้ามา เราก็รับ แต่กลายเป็นเราไม่ได้ยินอะไรเลย ฮัลโหลอยู่สองสามที เลยนึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะเป็นเพราะแผ่นปิดกันรอย เลยลอกออก ถึงจะฟังได้ 555++ หลังจากนั้น ก็เลยรีบไป fortune ติดฟิล์มกันรอยซะ ทั้งด้านหน้าด้านหลัง แล้วก็ซื้อเคส จะได้สมบุกสมบันได้อย่างสบายใจ
หลังจากใช้งานมาได้สักอาทิตย์นึง เราก็ชอบนะ app มีให้โหลดเยอะดี หน้าจอสวย ถ่ายรูปสวย หัดใช้งาน Siri ก็สนุกดี ขัดใจอยู่เรื่องแบตนี่แหล่ะ ที่สูบเร็วมาก ไม่ค่อยได้เล่นอะไรเท่าไหร่นี่ใช้งานประมาณ 8:00 – 14:00 แบตก็จะเหลือประมาณ 20% แล้ว แถม ios 5.0.1 นี่ยังไม่มี option ให้ปิด 3G ด้วย คงต้องรอ version หน้าที่น่าจะมี (เพราะตอนนี้ version beta มี option ให้ปิดได้แล้ว) สรุปว่าถ้าแก้ไขเรื่องแบตหมดเร็วได้นี่จะแจ่มมากๆ