Archive

Author Archive

มาลองชิมข้าวมันไก่โรงแรมมณเฑียรตามคำร่ำลือ ^^

May 1, 2013 Leave a comment

ข้าวมันไก่ของโรงแรมมณเฑียรนี่ได้ยินมานานแล้วว่าอร่อยเทพมากๆ ไอ้เราก็เล็งไว้มานานแล้วล่ะว่าต้องลองมากินดูสักทีให้ได้ วันนี้เลยชวนที่บ้านมากินด้วยกันซะเลย จะได้ชิมจานอื่นๆด้วยว่านอกจากข้าวมันไก่แล้วอย่างอื่นๆอร่อยด้วยหรือเปล่า โดยโรงแรมมณเฑียรนี่สามารถเข้าได้สองทาง คือทั้งทางฝั่งถนนพระราม 4 และฝั่งสุรวงศ์ ส่วนห้องอาหารที่เราไปทานกันวันนี้ชื่อห้องอาหารเรือนต้น อยู่ชั้น Lobby ของโรงแรมเลย ติดๆกันจะเป็นห้องอาหารจีน Jade Garden

โรงแรมมณเฑียร (2)

ห้องอาหารเรือนต้นจะมี Buffet วันเดียวคือ Sunday Brunch ราคา ณ วันนี้ที่ไปคือ 600 บาท++ มีข้าวมันไก่ในเมนู Sunday Brunch ด้วยนะ คราวหน้าคงต้องมาลองสักหน่อยละ ^^ มาดูเมนูกันก่อนดีกว่า มีแผ่นเดียวแบบนี้แหล่ะ แต่ส่วนใหญ่คนเค้าก็มากินกันแต่ข้าวมันไก่ล่ะนะ อย่างอื่นเป็น option เสริม

เมนูโรงแรมมณเฑียร

น้ำดื่มมาก่อนเลย น้ำตะไคร้กับน้ำใบบัวบก

โรงแรมมณเฑียร (3)

 

ข้าวมันไก่พระเอกมาก่อนเลย วันนี้สั่งเนื้อน่อง มาเป็น set ไก่-ข้าว-น้ำซุป-น้ำจิ้ม อย่างเรามากันหลายคนแบ่งกันชิม เค้าก็เอาน้ำซุปมาให้คนละถ้วยเลยนะ ตัวเนื้อไก่อร่อยมาก หนานุ่ม น้ำจิ้มอร่อยเด็ด ข้าวเม็ดกำลังดี หอม ไม่มันจนเกินไป น้ำซุปธรรมดาๆทั่วๆไป สรุปว่าอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ ถ้าเทียบกับพวกข้าวมันไก่ดังๆข้างนอกเช่นมงคลชัย โก๊ะตี๋ ฯลฯ เราว่าที่นี่อร่อยกว่าหน่อยนึง แต่ถ้าเทียบราคาแล้ว ไปทานข้างนอกคุ้มค่ากว่าแต่ก็แลกด้วยรสชาติและบรรยากาศที่ด้อยกว่า

โรงแรมมณเฑียร-ข้าวมันไก่

 

 

โรงแรมมณเฑียร-ข้าวมันไก่

 

ต่อด้วยเมนูที่ 2: ขนมผักกาดกุ้ง ที่เคยเห็นในรีวิวของคุณป้อ-แอบอร่อย แล้วก็เล็งไว้ว่าต้องมาลองบ้าง เพราะขนมผักกาดก็เป็นอีกเมนูนึงที่เรากับแม่ชอบอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะตัวขนมผักกาดอร่อยมาก มาเป็นชิ้นใหญ่ๆทำจากไชเท้า ไม่เหมือนร้านอื่นๆที่จะมีส่วนผสมของแป้งค่อนข้างมาก รสชาติออกหวานไปนิดนึง แต่โดยรวมก็ยังชอบมาก แนะนำเลยเมนูนี้ คราวหน้าไปก็สั่งอีกแน่ๆ

โรงแรมมณเฑียร-ขนมผักกาด

 

ต่อด้วยเมนูที่ตั้งใจมาทานอีกเมนูนึง คือ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าจักรพรรดิ เมนูนี้มาจานอลังการใหญ่มากๆ เครื่องก็ตู้มจริงๆ กุ้งใหญ่มีมาให้ 3 ตัว แถมมีเนื้อปู เนื้อหมู เห็นหอม เห็ดเข็มทอง คะน้า แครอท บลอคคอลี่ เส้นที่ผัดมาหอมกลิ่นกระทะอร่อยมาก ติดอีกนิดเดียวจริงๆคือรสออกไปทางหวานไปนิดนึง ไม่รู้ทางร้านตั้งใจให้ปรุงกับน้ำส้มหรือเปล่า แต่พอดีเราไม่ค่อยชอบปรุงกับน้ำส้มเลยยังรู้สึกว่าหวานไปนิด แต่ถ้าไปครั้งหน้าก็คงสั่งอีกนะ เพราะโดยรวมอร่อยเลยล่ะ แต่จานนี้ถ้าสั่งมาต้องทานกัน 2-3 คนนะ กินคนเดียวจุกถึงคอหอยได้ เพราะจานใหญ่มากกกกกกกก

โรงแรมมณเฑียร-ราดหน้า

น้องชายอยากลองข้าวอบกะเพราซีฟู๊ดหม้อดิน … fail นะเมนูนี้ ออกมาค่อนข้างผิดหวัง ไม่มีอะไรโดดเด่นน่ะ

โรงแรมมณเฑียร- ข้าวอบกะเพราซีฟู๊ดหม้อดิน

ลองอีกสักเมนู: ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ … เครื่องมาเพียบแต่ขอบอกว่าไม่ผ่านเหมือนกันนะ น้ำรสชาติแปลกๆ แม่บอกว่าเหมือนผสมพะโล้ลงไปด้วย อาจจะมีบางคนชอบมั๊ง แต่บ้านเราไม่ชอบรสชาติแบบนี้แฮะ ^^”

โรงแรมมณเฑียร-เย็นตาโฟ

สรุปแล้วที่นี่ข้าวมันไก่เทพจริงๆสมคำร่ำลือ แต่ถ้าใครอยากทานหลากหลาย แนะนำมา Buffet Sunday Brunch ที่รวมเมนูข้าวมันไก่ไปด้วย น่าจะคุ้มมากกว่านะ แต่ถ้ามุ่งมั่นข้าวมันไก่อย่างเดียวล่ะก็ จัดไปเลยยยยยย ^^

เหตุการณ์ที่ 2 ในปีชง 2013: เจ็บตัวจากสะบ้าหลุด เอ็นฉีก!!

April 8, 2013 1 comment

ปีนี้ 2013 เป็นปีชงกับมะเส็ง ไอ้เราก็รู้อยู่นะ ก็เลยมีการทำบุญมาเรื่อยๆจากทริปต้นปีที่ไปทั้งหาดใหญ่ อุบลฯ อุดรฯ ก็ทัวร์วัดทั้งนั้นเลย และตอนที่เปิ้ลไปแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่ เปิ้ลก็ทำบุญแก้ชงให้แล้ว แถมหลังจากนั้นเรายังไปทำเองที่วัดอีกครั้ง ก็ยังไม่วายเกิดเหตุนี้ขึ้นอีกจนได้ หลังจากที่เหตุการณ์แรกเรื่องบัตรเครดิตถูกเอาไปรูด จนต้องไปโรงพักมาหลายรอบตั้งแต่วันปีใหม่

คืนวันที่ 5 เมษายน (วันศุกร์) หลังจากที่ดูหนัง ทานข้าวกับเปิ้ลเสร็จเรียบร้อยก็ขับรถกลับคอนโด เวลาก็ราวๆเที่ยงคืนได้ละ พอจอดรถเสร็จก็ไปเปิดท้ายรถจะขนของลง ไม่รู้ทำอีท่าไหน รุ้สึกอยู่ๆเข่าซ้ายก็อ่อนแรงแล้วก็ลื่นล้มพับลงไปกองกับพื้นเฉยเลย พอมองดูขาซ้ายของตัวเองก็เห็นว่ามันเบี้ยวผิดรูปไปอีกทางนึง o_O! ต้องนั่งอยู่ท่านั้นพักนึงเลยแล้วค่อยๆดันกระดูกข้อเข่ากลับมาที่เดิม หลังจากนั้นก็ค่อยๆกระเผลกๆขึ้นห้องไปนอนยืดขาอยู่สักชั่วโมงกว่าๆ ก็สังเกตุว่ากระดูกตรงข้อเข่ามันเคลื่อนออกมาก บวกกับมีอาการเจ็บระบมมากขึ้น เลยคิดว่าไปหาหมอน่าจะดีกว่า กลัวมันหลุดออกมาอีก เพราะเทียบระหว่างเข่าซ้ายกับขวาแล้วเข่าซ้ายมันผิดรูปดูไม่ปกติเลย

สรุปก็ออกมาที่รพ.มงกุฏวัฒนะ ที่อยู่ใกล้คอนโดมากที่สุด ตอนตีสองหน่อยๆ  เจอหมอเวรที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน ให้ไป x-ray กระดูกก่อน ก็ออกมาว่าปกติดี แต่หมอดูไม่ค่อยเชี่ยวอ่ะ บอกแต่ว่าต้องมาหาหมอกระดูกอีกที ส่วนคืนนั้นหมอเวรก็เอาผ้าพันไว้ให้ก่อน แล้วก็ให้พยาบาลออกใบนัดให้มาหาหมอกระดูกบ่ายวันรุ่งขึ้น

คืนนั้นกลับไปก็พยายามนอน แต่ด้วยความปวดมันก็ตื่นมาแต่เช้าแหล่ะ เพราะอยากเข้าห้องน้ำแต่พอตื่นมามันปวดมากๆ จนต้องพยายามข่มตาให้หลับต่อจะได้ไม่เจ็บ … ตื่นมาอีกทีช่วงสายก็ปวดน้อยลงหน่อยนึง พอบ่ายแก่ๆก็ออกไปหาหมอกระดูก

ไปถึงหมอก็จับลูกสะบ้าที่ขาซ้ายของเรา โยกๆดูแล้วก็บอกว่ามันพร้อมจะหลุดออกมาได้อีกเลยนะ เพราะเทียบกับขาขวาที่ปกติดีแล้ว ขาขวาลูกสะบ้าไม่เคลื่อนแบบขาซ้าย แล้วหมอก็ลองกดๆดูที่ข้างเข่าด้านใน ซึ่งเจ็บทุกจุดที่หมอกด … หมอเลยสรุปว่าเอ็นฉีก กับลูกสะบ้าเคลื่อน ต้องใส่เฝือกไว้ 2-3 อาทิตย์! แล้วก็ออกใบรับรองแพทย์มาให้ยาวเลย T-T หลังจากหมอจับใส่เฝือกเสร็จแล้วก็ต้องไปหัดเดินโดยการใช้ไม้เท้าด้วย … เราว่าการใช้ไม้เท้าเดินนี่มันเสียพลังงานมากๆเลยอ่ะ สรุปว่าเอามาใช้ได้แป๊บๆก็เลิกใช้อ่ะ ใช้เดินเขย่งๆค่อยๆเดินเอาแทนง่ายกว่า … เบ็ดเสร็จทั้งหมดเกือบๆ 7 พัน คิดว่าหนักค่าใส่เฝือกนะ แต่ดูจริงๆแล้วเฝือกไม่เห็นจะมีอะไรเลย เป็นสำลี ผ้าพันแผล แล้วก็พลาสติกสังเคราะห์อะไรสักอย่างนี่แหล่ะ ที่ชุบน้ำมาพันแล้วมันจะแข็งเป้ก … ดีที่มีประกัน 2 ยี่ห้อ ทั้งไทยประกันชีวิต กับ AIA เลยรอดไป เบิกคืนได้

IMG_5641

IMG_5648

แต่สรุปว่าเจ็บตัวเป็นปีที่ 2 ติดกันแล้ว ช่วงต้นๆปีเหมือนครั้งที่แล้ว ที่เย็บไป 16 เข็มจากอุบัติเหตุในห้องน้ำ เฮ่ออ … ขอให้จบแค่ปีนี้ละกันนะ ไม่อยากใช้ประกันให้คุ้มมากอ่ะ >_<

Lunch Buffet at Red Oven, Sofitel SO

April 4, 2013 Leave a comment

ได้เห็นรีวิวห้องอาหาร Red Oven มาหลายครั้งละ จากรีวิวในเนทต่างๆ แต่ทั้งหมดที่เห็นจะเป็นมื้อ Sunday Brunch ซึ่งค่อนข้างอลังการงานสร้างใช้ได้อยู่นะ แต่วันที่เราไปนี่ไปกลางวันวันธรรมดา เพราะเป็นการฉลองปิด project กับที่ทำงาน อาหารที่อยู่ในไลน์ไม่ค่อยหลากหลาย เมื่อเทียบกับ Buffet กลางวันที่อื่นๆที่เคยไปกินมา อาหารคาวเราให้ 3.5 เต็ม 5 วัตถุดิบและรสชาติเกินมาตรฐานนิดหน่อย เท่าที่ตักมาชิมหลายๆอย่าง ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษสักอย่าง แต่ที่ประทับใจเป็นพิเศษของที่นี่คือขนมนั่นเอง ทั้งเค้กและไอศกรีมทำได้อร่อยมาก ถึงกับทุกคนที่ไปด้วยเอ่ยปากเห็นด้วยเหมือนกันหมด ให้ไป 4.5 เต็ม 5 ดาว

โดยรวมแล้วก็อาจจะให้ที่นี่ 4/5 ดาว เพราะบรรยากาศดี ขนมอร่อย อาหารใช้ได้ แต่ถ้ามาตอนเย็นๆนั่งดูวิวน่าจะดีกว่านี้นะ

RedOVen (4)

RedOVen (8)

RedOVen (9)

RedOVen (2)

RedOVen (3)

RedOVen

RedOVen (5)

RedOVen (6)

RedOVen (7)

RedOVen (10)

RedOVen (11)

RedOVen (12)

RedOVen (13)

RedOVen (14)

RedOVen (15)
RedOVen (16)

RedOVen (17)

RedOVen (18)

ยกทั้งแผนกไปกินกันที่สมบูรณ์โภชนา, จามจุรีย์สแควร์

March 29, 2013 Leave a comment

ทาง vendor ใหญ่รายนึงขอเป็น sponsor พาทั้ง dept ไปเลี้ยงข้าวโดยให้พวกเราเลือกกันว่าอยากกินอะไร และผลโหวตก็ออกมาเป็นสมบูรณ์นี่เอง … ก็นะร้านในจามจุรีย์ที่พอจะจัดเลี้ยงคน 40-50 คนได้ ก็น่าจะร้านนี้ไหม?

จะว่าไปแล้วถ้าที่บริษัทมีการเลี้ยงส่ง เลี้ยงต้อนรับ หรือเลี้ยงโอกาสพิเศษ ก็มักจะมาจบกันที่ร้านนี้แหล่ะ เพราะอาหารรสชาติดี มีคุณภาพ รับรองว่าพาใครไปกินก็จะไม่ได้ยินบ่นว่าไม่อร่อยหรอก เพราะตั้งแต่ที่เคยมากินร้านนี้หลายรอบแล้วอาหารระดับจะอยู่ที่ 3.5-4 ดาวเต็ม 5 เพราะงั้นรับรองว่าเกินมาตรฐาน … รีวิวร้านนี้ครั้งก่อนก็ไปกินกะ gang CPA

ครั้งนี้สั่งอาหารหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม อย่างปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว ขาห่านอบหมี่ กุ้งเผาซึ่งก็อร่อยทุกอย่างเลย แต่กุ้งเผานี่เนื้อที่มันออกแข็งๆไปหน่อยน่ะ แต่ปูผัดผงกะหรี่นี่ ยังไงเป็นเมนูบังคับที่ไปแล้วต้องสั่งทุกครั้ง แต่ขอบอกว่าชอบแบบที่เป็นเนื้อปูผัดมาเลยมากกว่า ไม่ชอบแกะอ่ะ กินยาก ^^”

Somboon(10)

Somboon(9)

Somboon(3)
Somboon(5)

Somboon(6)

Somboon(7)

Somboon(8)

 

Somboon(4)

Somboon(1)

Somboon(2)

 

New Bedroom TV: Toshiba 40PU200T

March 17, 2013 Leave a comment

สุดท้ายก็ต้องซื้อ TV ในห้องนอนที่คอนโดจนได้ เพราะชอบนอนดูทีวีบนเตียง ก็มันสบายมากกว่านอนดูที่โซฟานี่นา ไอ้ครั้นจะย้ายทีวีจากห้องนั่งเล่นมาไว้ในห้องนอนแทน เดี๋ยวเวลากินนู่นนี่ที่ห้องนั่งเล่นก็ไม่มีทีวีดูอีก สุดท้าย ซื้อใหม่ก็ได้ฟะ เพราะได้โปร 0% 10 เดือนที่ powerbuy พอดี จ่ายไปเดือนละ 1605/เดือน ส่วนรุ่นที่จะซื้อนี่หลังจาก research มาได้สักพักก็ลงตัวที่ Toshiba 40PU200T เพราะรุ่นนี้เล่น media ได้หลายแบบ และเล่นจาก external HDD ได้เลย

ส่วน spec ก็ตามนี้เลย

Product Type LED TV
Screen Type 40
Aspect Ratio 16:09
Dynamic Contrast Ratio 30,000
Brightness (cd/m2) 350
Resolution (H x V) 1920 x 1080
Viewing Angle (Degrees) 176
Panel Response Speed (ms) 9
Receiving System PAL I/ BG/ DK, SECAM BG/ DK, NTSC M/ BG 4.43
Colour System PAL, SECAM, NTSC 3.58 / 4.43
Video Signal 480i/480p (60Hz), 576i/576p (50Hz), 720p (50/60Hz), 1080i (50/60Hz), 1080p (24/50/60Hz) through HDMI
RGB Signal* VGA, SVGA, XGA, WXGA, SXGA
Visual Engine REGZA ENGINE
Visual Processing 10 Bit
Autoclean yes
Auto Signal Booster yes
24p yes
Contrast Booster yes
3D Colour Management yes
Comb Filter 3D Y/C (PAL & NTSC)
Intelligent Backlight Control yes
Mpeg Noise Reduction yes
Real Digital Picture yes
Picture Freeze yes
Picture Mode AutoView / Dynamic / Standard / Mild / Movie / Eco mode / Game / PC
Audio Decoder yes
Stereo System NICAM B/G, I, D/K, & German Stereo B/G, D/K
Speakers (4.0 x 12cm) x 2
Audio Output 10W X 2
Atenna Input 1
EXT 1 Input : Composite Video + Component + RCA Audio
EXT 2 Input: Composite Video + RCA Audio (Side)
EXT 3 Input : HDMI 1
EXT 4 Input : HDMI 2 (3.5mm Mini Jack, Common with PC Audio)
PC Input D-Sub 15 Pin (3.5mm Mini Jack common with HDMI 3 Audio)
Output Optical + 3.5mm Mini Jack Fixed Audio
Digital input USB (Side)
Media Playback 28 Video Format / 4 Audio Format / 2 Picture Format
External Hard Disk Compatibility ******* yes
Autoview yes
Ambient Light Sensor yes
ECO Auto Power Down yes
Teletext yes
Multilingual OSD English / French / Russian / Simplified Chinese/ Thai / Malay / Vietnamese / Arabic/ Persian / Indonesian
Hotel Mode** yes
Automatic Voltage Regulator 110-240V 50/60Hz
Power Consumption (W) 84
Dimension (W x H x D) mm without Stand 922 x 590 x 65
Dimension (W x H x D) mm with Stand 922 x 652 x 191
Weight (Net) kg without Stand 7.3
Weight (Net) kg with Stand 8
Categories: Abb's stuff Tags: , , ,

หนองคาย-เวียงจันทน์: 2-4 Mar 2013

March 9, 2013 Leave a comment

ทริปนี้เป็นอีกทริปที่จองไว้จากโปรของ Air Asia ตั้งแต่ปีก่อน บินไปกลับ กรุงเทพฯ-อุดรฯ 2 คน 300 บาท! ตอนนั้นก็จองไว้แบบว่าไม่ได้ไปก็ไม่เสียดายเท่าไหร่เพราะมันแค่ 300 เองนะ จริงๆตอนแรกจองไว้พฤหัส-เสาร์ (28 Feb – 2 Mar) = ต้องลางาน 2 วัน แต่เนื่องจากปีที่แล้วทาง Air Asia มีการย้ายสนามบินกลับไปบินที่ดอนเมือง ทำให้ลูกค้ามีสิทธิ์โทรขอเลื่อน flight ได้ เราก็เอาสิ จัดเลยเปลี่ยนเป็นบินเสาร์-จันทร์ที่ 2-4 Mar แทน จะได้ลางานวันเดียว (แต่สุดท้ายพอเลื่อน flight ไปแล้วดันมีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.วันที่ 3 Mar พอดี เสียสิทธิ์ไปเลยทันใด … ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจะนอนหลับทับสิทธิ์นะ มันบังเอิญจริงๆ >_<)

2 Mar 2013
บินถึงอุดรฯตอนเที่ยงหน่อยๆรับรถ AVIS ที่จองไว้ online ใน counter ที่สนามบินเลย ตอนแรกจอง Yaris มาเพราะอยากลอง ไม่เคยขับ แต่ทาง AVIS แจ้งว่ารถไม่ว่างเลย upgrade เป็น Altis ให้ฟรี ขับแล้วก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ สรุปว่าไม่ชอบทั้ง Vios & Altis เรานี่คงไม่เหมาะกับ Toyota จริงๆแฮะ

ได้รถแล้วก็บึ่งไปหนองคายเลยทันใด เพราะแพลนไว้อยู่แล้วว่าจะไปกินข้าวเที่ยงที่แดงแหนมเนือง ที่อยู่แถวท่าเสด็จ ระยะทางจากอุดรฯถึงหนองคายก็ประมาณ 52 กิโลฯ ขับรถครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว แถมทางก็ดีมาก ตรงอย่างเดียว ขับง่ายมากมาย ไปถึงร้านก็สั่งๆอย่างเดียว (เมนูในร้านไม่ได้มีหลากหลายเหมือนร้านเวียดนามในกรุงเทพฯ) ทั้งแหนมเนือง กุ้งพันอ้อย ไส้กรอกทอด กระยอทอด แต่อยากบอกว่าอาหารมาแบบเย็นชืดทุกจาน ไม่งั้นคงจะอร่อยกว่านี้ กินแล้วเลยไม่ค่อยรู้รสสักเท่าไหร่ -_-”

แดงแหนมเนือง1 แดงแหนมเนือง3 แดงแหนมเนือง2

กินเสร็จแล้วก็ถึงเวลาเก็บสถานที่เที่ยวละ เริ่มที่แรกไปกราบหลวงพ่อพระใส(พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง)ที่วัดโพธิ์ชัยก่อนเลย

วัดโพธิ์ชัย

ต่อด้วยศาลาแก้วกู่ ศาสนสถานที่มีเทวรูปเยอะมาก เดินเข้าไปที่นี่แล้วดูอลังการจริงๆ

ศาลาแก้วกู่

ศาลาแก้วกู่2
???????????????????????????????

ต่อด้วยวัดพระธาตุบังพวนที่เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ  วัดนี้ต้องขับรถออกจากตัวเมืองออกไปราวๆ 20-30 กม. ไปถึงตัววัดดูจะอยู่ระหว่างการบูรณะ

พระธาตุบังพวน

อยู่วัดพระธาตุบังพวนได้แป๊บเดียวก็ออกเพราะตัววัดไม่ค่อยมีอะไร น่าจะเพราะบูรณะอยู่ เราเดินทางกลับตัวเมืองหนองคายเพื่อไปสักการะพระธาตุกลางน้ำ(เดิมชื่อพระธาตุหล้าหนอง)เป็นพระธาตุที่หักพังอยู่กลางลำน้ำโขง เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมธาตุ ฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามตำนานอุรังคธาตุ เรากะไปถึงช่วงเย็นๆพอดีจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกริมน้ำโขงด้วยเลย บรรยากาศตอนนั้นสวยจริงๆ

พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุกลางน้ำ

เสร็จแล้วไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ที่ตลาดท่าเสด็จ ถนนคนเดินนี้เพิ่งจะมีได้ไม่กี่เดือน เปิดเฉพาะวันเสาร์ซะด้วย มาได้ถูกวันพอดีเลย เดินเล่นเพลินๆรอเวลาหิวข้าว :P

ท่าเสด็จ

ถนนคนเดิน ริมโขง หนองคาย

ตอนแรกกะว่าจะจิบเบียร์ชิลๆที่ร้านแถวนั้น แต่พอมีถนนคนเดิน บรรยากาศมันก็ดูไม่ค่อยชิลเท่าไหร่ แถมเดินๆอยู่มีแมลงค่อนข้างเยอะ เลยตกลงกันว่าไปหาร้านอื่นดีกว่า .. search foursquare ก็แล้ว wongnai, google ก็แล้วก็ไม่ค่อยจะเจอร้านที่น่าสนใจเท่าไหร่ เลยขับรถไปวนๆหาแถวริมน้ำ สุดท้ายก็ได้ร้านชายโขง ร้านนี้ติดริมโขงเลย แต่บรรยากาศก็ไม่ได้ดีเด่อะไรหรอก แต่ ณ เวลานั้นขี้เกียจขับรถหาแล้วอ่ะนะ แห่ะๆ แต่สรุปว่าร้านนี้อาหารก็อร่อยใช้ได้เลยนะ สักอาหารไปแค่สองอย่าง (ไม่นับถั่วทอดนะ) เพราะเน้นมานั่งคุย จิบเบียร์ ชิลๆ อาหารรสชาติดีทั้งคู่ ลมเย็นๆจิบเพลินๆ ชิลดี ^^

ร้านชายโขง

กินเสร็จกลับไปเช็คอินที่โรงแรมได้ละ ครั้งนี้จองห้องที่โรงแรม White Inn ไว้ ดูจากรีวิวแล้วดูห้องค่อนข้างโอเค ราคาไม่แพงเลย (คืนละ 700) ห้องใหญ่ ใหม่ แถมมีทีวี LCD พร้อมช่อง cable เกือบร้อยช่องให้อีกตะหาก … เสียอย่างเดียวจริงๆคือเตียงนอนแข็งมาก แต่เรื่องอื่นๆโอเคหมด

โรงแรม white-inn

3 Mar 2013

วันนี้มีโปรแกรมข้ามไปเที่ยวเวียงจันทน์ เลยตื่นมาตอนเก้าโมงกว่าๆแล้วก็พบว่าฝนตก!!! อารายฟะ นี่มันเพิ่งต้นเดือนมีนาฯนะเฟ้ย เซ็งจริงๆเลย แต่ก็ยังไม่เลิกล้มแพลนที่จะไปเที่ยวลาวนะ ก็อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ไปหาไข่กระทะกินซะหน่อย ที่ front แนะนำให้ไปร้านอิ่มเอมไข่กระทะ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลย ห่างไปแค่ประมาณ 300 เมตร ใกล้โรงแรมหวนลาย ไปถึงตอนนั้น 10 โมงกว่าๆละ ร้านขายเกือบหมดเหลือเมนูไข่กระทะอย่างเดียว แต่ก็นะ เราตั้งใจมากินแต่ไข่กระทะอยู่แล้ว เลยโอเค … ขอบอกว่าไข่กระทะกับขนมปังไส้หมูยอกุนเชียงอร่อยมากๆ กินหมดนี่แล้วแค่อิ่มกำลังดี จริงๆมีร้านอาหารเช้าชื่อดังอีกร้านนะที่นี่คือร้านทานตะวัน แต่ร้านนั้นขายหมดเร็วตั้งแต่ก่อนสิบโมง สรุปตื่นมากินไม่ทันอ่ะนะ เลยอด ^^”

อิ่มเอมไข่กระทะ

กินเสร็จเราก็ขับรถไปที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวกันเลย ไปถึงเอารถไปจอดที่รับฝากรถแถวๆนั้นก่อน (ค่าจอด 50 บาท) เสร็จแล้วก็เดินไปที่ด่าน เขียนใบผ่านแดนให้ตม.ไทยปั๊ม พอผ่านตม.ก็เดินไปซื้อตั๋วรถบัสที่จะพาข้ามสะพานไปฝั่งลาวกันเลย (ค่ารถคนละ 20 บาท) รอบนรถแป๊บเดียว พอคนเต็มรถก็ออก นั่งรถแค่แป๊บเดียว (ราวๆ 5 นาที) ก็ถึงด่านฝั่งลาวละ พวกเราก็ต้องลงรถไปจ่ายค่าผ่านแดน (คนละ 80 บาท) แล้วค่อยไปผ่านตม. (บัตรที่ใช้เขียนผ่านตม.ก็ไปขอได้ที่ตม.เลย ไม่ต้องรอคิวเน้อ) ผ่านด่านไปก็เดินไปขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่แถวๆนั้นแหล่ะ เพื่อไปตลาดเช้า (ค่ารถคนละ 25 บาท) ค่ารถเดี๋ยวพอรถออกแล้วเค้าค่อยเก็บ ไม่ต้องหาซื้อตั๋วอะไรทั้งนั้น พอคนเต็มรถก็ออกเหมือนเดิม ใช้เวลาราวๆ 30-40 นาที ก็ไปถึงตลาด ที่ช้าก็เพราะรถคันนี้เหมือนรถบัสทั่วไปคือจะมีการจอดรับ-ส่งคนตามทางไปเรื่อยๆ

รถข้ามแดน

พอถึงตลาดเช้าฝนก็ยังตกอยู่นะ ตกแรงขึ้นด้วย -_-” เราก็เดินไปแลกเงินที่ร้านแถวๆนั้นแหล่ะ เพื่อความง่ายในการใช้ เสร็จแล้วก็ไปซื้อร่มก่อนเลย ไม่งั้นวันนี้เปียกทั่วตัวแน่ๆ ในตลาดมีร่มขายอยู่ทั่วไป เราซื้อร่มพับมาอันนึง 90 บาท ถูกเชียว … ได้อุปกรณ์กันฝนแล้วก็ไปหารถพาเที่ยวต่อ … เดินออกจากตลาดก็จะมีแต่รถโดยสารมารายล้อม โดยเฉพาะสกายแลป เราคุยกับคันนึงให้พาเที่ยวสถานที่สำคัญทั้งหลาย+พาไปกินข้าวด้วย ต่อรองไปๆมาๆสุดท้ายได้ราคา 400 บาท (100,000 กีบ) คิดว่าเป็นราคาที่พอรับได้อยู่เลยตกลงไป

ที่แรกพาไปนี่เลย ประตูชัย(หรือประตูไซ) ไปถึงแล้วอยากเดินถ่ายรูปเยอะๆนะ แต่ฝนก็ตกเอาๆ แถมร่มที่เพิ่งซื้อมาก็พังอีกตะหาก ของคุณภาพก็ตามราคาจริงๆ -_- เลยไม่มีอารมณ์เดินขึ้นไปดูด้านบนเลยอ่ะ ได้แต่ถ่ายรูปด้านหน้ามายังงี้ T-T

ประตูชัย

ต่อด้วยสถานที่ที่ต้องไปเป็นอันดับ 2: พระธาตุหลวง สีทองอร่าม สวยมากๆ เดินวนรอบถ่ายรูปที่นี่อยู่นานพอสมควรเลย โชคดีที่ทางเดินรอบมีหลังคา เลยสามารถหลบฝนได้ด้วย

พระธาตุหลวง

หนองคาย-เวียงจันทน์ (145)

ออกจากพระธาตุหลวงแล้วจริงๆก็ยังไม่ค่อยหิวหรอก แต่ดูจากฝนแล้วยังไม่ยอมหยุดตกง่ายๆเลยแฮะ เลยคุยกันว่าไปพักทานข้าวก่อนละกัน ไหนๆตอนนั้นก็จะบ่ายสองแล้ว เลยบอกคนขับให้พาไปร้านเฝอที่แซ่บๆหน่อย ไปถึงแบบว่าฝนยังตกๆอยู่เลยไม่ได้ถ่ายรูปชื่อร้านเลย สั่งเฝอเนื้อ กับเฝอหมู อย่างละชาม อร่อยจริงจัง เฝอเนื้อจะใส่ผ้าขี้ริ้วมาให้ด้วย ส่วนเฝอหมูจะมีหมูกรอบมาด้วย หร่อยๆ

เฝอลาว

กินเสร็จเหมือนฝนจะหยุดไปแป๊บนึง เกือบดีใจ สุดท้ายก็ตกปรอยๆลงมาอีก ตกแบบน่ารำคาญนะเนี่ยะ!  ช่างเถอะ ทำใจๆ ไปจุดหมายต่อไปเลยละกัน คือ วัดศรีเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองของเวียงจันทน์

วัดศรีเมือง

ต่อด้วยหอพระแก้ว ที่เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต

หอพระแก้ว

ถ่ายภายในหอพระแก้ว

ข้ามมาใกล้ๆกันจะเป็นวัดสีสะเกด ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในเวียงจันทน์

วัดสีสะเกด

จบจากวัดสีสะเกดแล้ว จริงๆก็เพิ่งบ่ายสามเองนะ สถานที่เที่ยวในเวียงจันทน์จะอยู่ใกล้ๆกัน เที่ยวแป๊บเดียวก็หมดแล้ว ตอนแรกว่าอยากจะย้อนกลับไปประตูชัยอีกที เพราะว่ายังไม่ได้ขึ้นไปข้างบนเลยเพราะตอนนั้นฝนตกค่อนข้างเยอะ แต่ ณ บ่ายสาม ฝนก็ยังพรำๆอยู่บ้าง เลยคุยกันว่างั้นไปตลาดเช้าเลยดีกว่า ไปเดินเล่นดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เลยโอเค บอกสกายแลปพาไปส่งกลับตลาดเช้า และจบการทัวร์ในเวียงจันทน์ด้วยประการฉะนี้

มาถึงตลาดเช้า ก็ไปต่อคิวรอสิ่งที่เล็งไว้ตั้งแต่ลงรถกันเลย ก็คือขนมปังฝรั่งเศส ที่สอดไส้หมูยอ หมูหยอง ผักต่างๆ เห็นแล้วน่ากินมากเลยเล็งไว้ กินแล้วชอบเลย แต่ถ้าให้ดีครั้งหน้าต้องบอกว่าไม่ต้องใส่ผักชีจะดีกว่า เพราะเราว่ากลิ่นผักชีแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับขนมปังอ่ะ มันกินแล้วแปลกๆ นอกนั้นจะบอกว่าอร่อยมาก น้ำจิ้มที่ราดมาก็เด็ดด้วย อันใหญ่ๆโตๆที่เห็นสามารถกินหมดได้ ทั้งท่อนใหญ่ๆ  ทั้งๆที่เพิ่งกินเฝอชามใหญ่มาได้แค่ชั่วโมงเดียว!

ขนมปังฝรั่งเศส

กินเสร็จก็เดินเล่นตลาดแถวๆนั้นล่ะ ตลาดที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นะ มีพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าขาย ชั้น 2 มีเสื้อผ้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้น่าสนใจ มีร้านขาย CD/DVD ด้วย อันนี้โอเคนะราคาถูกมาก อย่างแผ่น MP3 นี่คิดแล้วราคาประมาณ 15 บาทเองอ่ะ ถ้าซื้อกทม.ก็แผ่นละ 50 พวกแผ่น DVD ดูคร่าวๆก็ราวๆ 20-25 บาท สรุปก็เดินๆดูๆได้ไม่นานก็คุยกันว่ากลับกันดีกว่า เลยเดินกลับมาขึ้นรถทัวร์กลับไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ตรงจุดเดิมที่มาลงรถ รถที่นี่มีเก้าอี้เสริมด้วยนะ น่ารักดีแฮะ ^^

กลับถึงด่านก็ราวๆห้าโมงละ เดินเล่นดูของสักหน่อย แถวๆนั้นมี duty free ด้วย เลยเดินเข้าไปซื้อเบียร์ไต้หวันมาชิม มีหลายรสกันเลย เบิ้ลลิ้นจี่หลายกระป๋องหน่อย เพราะเป็นรสโปรด ออกมาก็ขอซื้อเบยลาวมาแจมอีกกระป๋องด้วย เพราะไหนๆก็มาแล้วนะ ต้องขอลองสักหน่อย เสร็จแล้วก็นั่งรถกลับด่านไทย คนแย่งกันขึ้นรถแบบไม่มีมารยาทกันเลย เฮ่อๆๆๆ แต่ก็เอาวะ นั่งแป๊บเดียว ห้านาทีก็ถึงแล้ว -_-

เก้าอี้เสริม-ด่านไทย

กลับถึงด่านไทยก็ไปตะลุยหาไอติมกินดีกว่า คิดถึงไอติมมะม่วง swensen’s เลยต้องไปจัดสักหน่อย ที่นี่มีห้างบิ๊กเจียง ที่มี Tesco Lotus อยู่ด้วย Swensen’s ก็อยู่ในนั้นแหล่ะ ด้วยความอยากจัด Mango Hurricane ไปซะเต็มๆ กินหมดไม่เหลือซาก แถมยังอยากกินต่ออีกตะหาก ไอติมนี่กินได้เรื่อยๆจริงๆเลยเรา

swensen's

ออกจากนี่ก็ไม่รู้จะไปไหนกันแล้ว อิ่มๆเลยเดินเข้า 7-11 ตุนขนม-ของกินเล่นกลับไปเปิดบรรดาเบียร์ลาว-ไต้หวันที่ซื้อมาดีกว่า อยากบอกว่าอร่อยทุกรส แต่ชอบสัปปะรดที่สุด รองลงมาก็ลิ้นจี่ แต่เบียร์ไต้หวันที่เป็นแบบธรรมดานี่อย่างไม่อร่อยเลย ส่วนเบียร์ลาวก็รสชาติคล้ายสิงห์นะ งั้นๆ กินทั้งเบียร์ กินทั้งสะเบียง อิ่มพุงจะแตกแล้วก็นอนหลับกันไป

beer-lao-taiwan

4 Mar 2013

วันนี้มีโปรแกรมไปเดินเล่นตลาดท่าเสด็จ ดูของสักหน่อย Check-Out เสร็จเรียบร้อยก็ถามพนักงานเหมือนเดิมว่ากินไรดี เค้าก็แนะนำว่าไปกินเฝอละกัน ไม่ก็ข้าวแกงร้านทานตะวัน (จริงๆทานตะวันควรไปกินเป็นอาหารเช้านะ แต่จะขายหมดเร็วมาก ต้องไปก่อนสิบโมง ถ้าหลังจากนั้นเมนูอาหารเช้าจะไม่มีละ จะขายอาหารกลางวันเป็นข้าวแกงแทน) เลยเลือกกินเฝออีกมื้อนึง ร้านนี้อยู่เลยร้านอิ่มเอมที่กินเมื่อวานไปอีกหน่อยนึง รสชาติก็อร่อยดี เหมือนก๋วยเตี๋ยวหมู/เนื้อตุ๋น มากกว่าเฝอนะ แต่เฝอที่ลาวหร่อยกว่าอ่ะ

เฝอ@หนองคาย

กินเสร็จก็เดินไปตลาดท่าเสด็จได้เลย ไม่ต้องเอารถไป เพราะใกล้กันมาก ที่ตลาดจริงๆก็คล้ายๆสำเพ็งบ้านเรานะ แต่จะบอกว่าสำเพ็งมีของขายเยอะกว่า แต่ที่นี่คนไม่เยอะเท่า เดินสบายกว่าอ่ะ ราคาก็ไม่ได้ถูกกว่าสำเพ็งเลยนะ เผลอๆแพงกว่าอีกตะหาก ของที่ขายก็ตั้งแต่ขนม กาแฟ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ของที่ระลึก กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ เดินเล่นฆ่าเวลาได้เพลินๆอยู่

ตลาดท่าเสด็จ

เดินเที่ยวเสร็จจะตีรถกลับอุดรฯละ ขอแวะซื้อหมูยอเป็นของฝากหน่อย 4square ดูเจอร้านหมูยอแม่ถ้วน ติดอันดับ เลยขับรถไปซื้อเลย ร้านอยู่ถนนมีชัย ใกล้ๆตลาดท่าเสด็จนั่นแหล่ะ (หลังจากเอากลับมาฝากแล้วได้รับการ confirm ว่าหมูยอร้านนี้อร่อยมากๆ จากท่านแม่ & เจ๊ปู ลิ้นเทพ)

จากนั้นก็ตีรถกลับอุดรฯกันเลย กะว่าจะไปแวะวัดป่าบ้านตาดเพื่อไปกราบหลวงตามหาบัวซะหน่อย แต่ดันหลงไปหลงมาจนเวลาจะหมดแล้ว สุดท้ายเลย cancel ไปแล้วแวะไปทานวีทีแหนมเนืองเป็นมื้อสุดท้ายก่อนกลับแทน ไปถึงด้วยความอยากกินแหนมเนือง สั่งชุดกลาง (8 ไม้)  กระยอทอด (ปอเปี๊ยะทอด)ชุดเล็ก (แต่มาแบบไม่เล็กเลย) แล้วก็ หมูยอทอด สรุปกินแหนมเนืองไปคนเดียว 6 ไม้ กับกระยอทอดอีกกว่าครึ่งจาน จุกไปอีกวันเลยอ่ะ -_- แต่อยากบอกว่าประทับใจอาหารของวีทีมากกว่าแดง เพราะอาหารมาแบบสดๆอุ่นๆ แต่ตอนกินที่แดงนี่มาแบบเย็นชืดทุกอย่าง ไม่โอเคเป็นอย่างมาก สุดท้ายก็เลือกซื้อแหนมเนืองของที่วีทีนี่แหล่ะกลับไปฝากท่านแม่ … จริงๆแล้วถ้าแดงทำมาแบบอุ่นๆไม่เย็นชืดอาจจะอร่อยกว่าก็ได้นะ อุณหภูมิของอาหารก็เป็นส่วนสำคัญในการกินให้อร่อยเหมือนกัน

วีทีแหนมเนือง

กินเสร็จก็บึ่งรถไปสนามบินเพื่อคืนรถกันเลย เสียดายที่มาทริปนี้ไม่ได้แวะอะไรในตัวเมืองอุดรฯเลย จริงๆอยากไปเดินเล่น UD Town แหล่งฮิปของที่นี่นะ แต่พอดีไม่มีเวลาแล้ว เอาไว้มาเก็บทริปหน้าละกัน พอดีโดมจองไว้อีกทีเดือนสิงหาฯแบบ 2 วัน 1 คืน คงได้เที่ยวเล่นอยู่ในเมืองนี้แหล่ะ เดี๋ยวถึงตอนนั้นมารีวิวเฉพาะอุดรฯอีกที :)

สรุปว่าทริปนี้ อากาศวันแรกที่มาถึงค่อนข้างร้อน ส่วนวันที่สองฝนตกก็เลยอากาศเย็น วัดได้ประมาณ 21 องศาตอนช่วงเย็น วันที่สามก็หนาวๆใกล้เคียงกันถึงฝนจะไม่ตกก็เหอะ อากาศบ้านเราเดี๋ยวนี้ช่างแปรปรวนดีแท้ -_- แต่รวมๆแล้วทริปนี้ก็เที่ยวสไตล์ชิลๆมากกว่าทริปอุบลฯคราวที่แล้ว เพราะที่อุบลฯสถานที่เที่ยวมันอยู่ไกลกันมาก ต้องตะลอนๆเยอะ แต่ทริปนี้ทั้งที่เที่ยวในหนองคาย-เวียงจันทน์ มันอยู่ใกล้ๆกันหมดเลย เลยค่อนข้างสบายกว่า ถามว่ามีอะไรดึงดูดให้กลับไปอีกไหม ตอบได้ว่า “ไม่มี” 555++ ไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า สังเกตุตัวเองว่าคงเป็นคนที่ชอบทะเลมากกว่า เพราะถ้าเป็นทะเล ไม่ว่าจะที่ไหน จังหวัดไหน ก็อยากกลับไปอีก แต่ที่เที่ยวที่อื่นอย่างเชียงใหม่ เขาใหญ่ วังน้ำเขียว สวนผึ้ง หรืออะไรที่ไม่ใช่ทะเลเนี่ยะ ขอไปครั้งเดียวก็พอละ

Sunday Brunch @Marriott Cafe, JW Marriott Hotel

February 17, 2013 Leave a comment

วันนี้โดนประกาศิตท่านแม่ให้ไปกิน Sunday Brunch ด้วย .. หลังๆไม่ค่อยอยากไปกินบุฟเฟ่ต์เลย ไม่ใช่ไม่ชอบนะ แต่กินทีไรมันอิ่มเกินไปทุกที กินแค่อย่างละนิดละหน่อยก็จุกแล้ว มันเป็นการทำให้ร่างกายกินเกินพิกัดโดยไม่จำเป็นเลย หลังๆเลยพยายามจะเลี่ยง … แต่วันนี้ยกให้ละกัน เพราะที่ Marriott Cafe นี่อาหารรสชาติก็ใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ ^^

ไม่ค่อยได้ถ่ายไลน์อาหารมา แบบว่าเกรงใจแขกท่านอื่น

เริ่มด้วยไลน์ซีฟู้ดกันก่อนเลย มีกุ้ง กั้ง ปู หอยนางรม หอยแมลงภู่ ความสดโอเค แต่น้ำจิ้มซีฟู้ดยังห่างไกลร้านอาหารทะเลข้างนอกหลายขุมนะ

MarriottCafe (3)

MarriottCafe (4)

MarriottCafe (6)

MarriottCafe (17)

MarriottCafe (8)
มาลองอาหารญี่ปุ่นบ้าง … ตักมาอย่างละนิดละหน่อย เพราะยังมีเมนูอื่นๆที่อยากลองอีกเพียบเลย … จานนี้อร่อยทุกอย่าง เราว่าอาหารญี่ปุ่นที่นี่โอเคเลยนะ ชอบๆ

MarriottCafe (19)
ขอให้เชฟที่ซุ้มอาหารญี่ปุ่น mix เทมากิให้ รวมๆกันมาทั้งแซลมอน ปลาไหล และปูอัด (ดีไม่อัดไข่แซลมอนกะไข่กุ้งลงไปอีก) ^^”

MarriottCafe (13)
Lamb & Roasted Turkey … ประทับใจ Lamb มากๆ นุ่มสุดๆ ส่วนน้ำราด Turkey หวานไปอ่ะ

MarriottCafe (9)
ประทับใจแพนงหอมเครื่องแกงแต่ไม่ค่อยเผ็ด ขนมจีนน้ำยาก็อร่อยเข้มข้นแต่ออกหวานไปหน่อย

MarriottCafe (11)
Fettuccine Carbonara เชฟทำให้เสร็จก็เดินถือจานไปโรยเบคอน Crouton และเพิ่ม topping ขนมปังเกลียวเข้าไปด้วย XD

MarriottCafe (12)
ติ่มซำ & หมูแดง (มีหมูหันด้วยแต่ไม่ได้ตักมานะ คนที่โต๊ะว่างั้นๆ) … ไม่แน่ใจว่าเอามาจากห้อง Man Ho หรือเปล่า รสชาติธรรมดาๆมั่กๆ >_<

MarriottCafe (14)
ไลน์ขนมที่นี่จะมีเค้ก ไอศกรีม ข้าวเหนียวมะม่วง/สังขยา, ข้าวต้มมัด, น้ำพุช๊อกโกแลต, เครปซูเซ็ต และผลไม้ … กินไม่ไหวล่ะนะ เอาแค่ชิมๆบางอย่างพอละกัน

MarriottCafe (1)
เค้กรสชาติกลางๆทานได้ทุกชิ้น แต่ชอบชีสเค้กมากสุด

MarriottCafe (15)
ข้าวเหนียวมะม่วง&สังขยา … ตัวข้าวเหนียวอร่อยมาก!

MarriottCafe (18)
ผลไม้นี่เมื่อไหร่ก็ทานได้ ชอบสตรอเบอรี่ วันนี้กินไปสักสิบลูกได้ :D

MarriottCafe (16)
จริงๆมีอาหารที่ยังไม่ได้ลองอีกเยอะเลย แต่ไม่ไหวแล้วแค่นี้ก็อิ่มจนถึงเย็นละ + ไม่พยายามจะฝืนตัวเองมากด้วย … อาหารอย่างอื่นๆที่มีในไลน์แต่ไม่ได้ถ่ายมาก็เช่นพวก Steak ต่างๆที่ทำไว้ในหม้อแล้ว, ไลน์อาหารไทยและอาหารว่าง, ซุปเสฉวน&ซุป Broccoli, ฟัวกราส์ (เค้าว่าอร่อยกันแต่เราไม่กินอ่ะ)

ส่วนน้ำก็ include soft drink ไว้หมดแล้ว จะมีพวกน้ำอัดลม (อันนี้ต้องบอกพนักงานให้เอามาให้ต่างหาก ไม่มีตั้งโชว์), น้ำผลไม้ต่างๆเช่นน้ำฝรั่ง/มะพร้าว/พันช์/แตงโม และแน่นอนรวมชาร้อน กาแฟร้อนไว้เรียบร้อยแล้ว

สรุปว่าอาหารที่นี่คุณภาพดีนะ ถ้ามีบัตรโรงแรมลดได้ 50% จะยิ่งคุ้มมาก … คราวหน้าว่าจะไปลองติ่มซำที่ Man Ho ดูสิว่าจะเป็นยังไง เห็นรีวิวหลายที่บอกว่าอร่อย ต้องหาโอกาสกลับมาลองให้ได้ :D

อุบลราชธานี: 31 Jan – 2 Feb 2013

February 7, 2013 1 comment

ผลพวงจากการจอง Air Asia ข้ามปีทำให้ได้ไปเที่ยวทริปนี้ด้วยราคา 2 คน 300 บาท! ไอ้ตอนนั้นก็จองๆไปแบบว่าถึงไม่ได้ไปก็ไม่ค่อยเสียดาย ก็ถูกซะขนาดนี้อ่ะนะ … แต่สุดท้ายเมื่อมันเป็นเรื่องเที่ยว ยังไงก็ต้องไป 555++ แถมทริปนี้ไม่ซื้อโหลดกระเป๋าด้วย ถือขึ้นเครื่องกันเองอีกตะหาก สรุปค่าเครื่องบินไปกลับนี่ราคาเท่านั่ง taxi ไปสุวรรณภูมิเที่ยวเดียวเลยอ่ะ ^^”

31 Jan 2013

นั่งเครื่องไปลงสนามบินอุบลฯประมาณ 9 โมงเช้า ไปติดต่อรับรถเช่าของ Avis ที่จองออนไลน์มา … เดินออกมาจะมีเจ้าหน้าที่มาถือป้ายรอ เพราะ Avis ไม่มี counter อยู่ในสนามบิน จองรถไป 3 วันราคา 2400 บาทถ้วนๆ ได้เป็น vios สีขาวมาขับ เป้าหมายแรกคือร้านสามชัยกาแฟ ร้านอาหารเช้าขึ้นชื่อเมืองอุบลฯ สั่งมาหลายๆอย่างลองชิมดู ถ้าให้บอกอาหารที่โอเคที่สุดคือไข่กระทะของขึ้นชื่อของร้านนี้ (แต่ก็ยังไม่ถึงกับว๊าวนะ) รองลงมาคงจะเป็นก๋วยจั๊บ ส่วนโจ๊ก, ปาท่องโก๋, กาแฟร้อน ออกแนวธรรมดาๆมาก แต่ค่าอาหารถูกมาก กินหมดนั่นจ่ายไป 135 บาทเองอ่ะ O_o! อ่ะอ่ะ มันไม่แพง งั้นถือว่าอร่อยแล้วกัน …

สามชัยกาแฟ

อิ่มแล้วขับลุยยาวโลด เป้าหมายต่อไป = สามพันโบก ที่เป็น unseen Thailand! เนฯทำการวิเคราะห์เวลา + เส้นทางมาอย่างดี ระยะทางจากในเมืองมาถึง สามพันโบกราวๆ 120 km ไปถึงประมาณเกือบเที่ยง แดดกำลังแรงตรงหัวเป๊ะๆ เดินเล่นในโบกกำลังได้อารมณ์ ^^” ก่อนมาได้อ่านกระทู้รีวิวหลายกระทู้บอกว่าถ้ามาถึงจะมีไกด์ตัวน้อยมาคอยอาสานำทาง แต่ตอนเราไปถึงไม่เห็นจะมีเลย (สงสัยเพราะไปถึงวันพฤหัส ไกด์ไปเรียนหนังสือกันอยู่มั๊ง) เลยเอาวะ เดินดุ่มๆลงไปเดินเล่นเองก็ได้ … แต่ แต่ แต่ … โบกมันใหญ่นะ แล้วเราจะหาโบก mickey, โบกหัวใจ, โบกนู่นนี่นั่นเจอได้งายฟระ … ก็พอดีเดินไปจนถึงตรงแม่น้ำเห็นลุงคนนึงกำลังจะทอดแพจับปลา เลยถามว่าแกรู้จักโบกพวกนั้นไหม จ้างร้อยนึงพาเดินไปดูหน่อยได้ป่าว แกก็โอเคทันที เลยได้เก็บภาพโบกดังๆมาจนครบจนได้ ^^

Ubon (29)

Ubon (45)

???????????????????????????????

Ubon (62)

Ubon (69)

ออกจากโบกก่อนบ่ายโมง ที่หมายต่อไปคือน้ำตกทั้งหลายที่จะเป็นทางผ่านไปผาแต้ม … แต่ว่านะ การขับรถที่อุบลฯนี่ป้ายสถานที่ท่องเที่ยวมันไม่ค่อยสะดุดตาเอาซะเลย ทำให้ขับรถเลยไปเป็นสิบๆกิโล ขับไปขับมากว่าจะมาถึงน้ำตกแรกคือน้ำตกแสงจันทร์(หรืออีกชื่อคือน้ำตกลงรู)ที่เป็น unseen Thailand ก็ 14:30 แล้ว ทั้งๆที่ห่างจากสามพันโบกประมาณแค่ 50 km เองนะ แต่ถนนที่ขับมาก็ไม่ค่อยดีด้วย มีหลุมๆรูๆมาเรื่อยๆเลยทำให้ทำสปีดไม่ค่อยได้ ถ้าขับตอนกลางคืนคงแย่อยู่ … แต่อะไรๆก็ไม่แย่เท่าที่ไปถึงแล้วน้ำตกไม่มีน้ำเลย!!?!?!?! อารายฟระ นี่ยังไม่หน้าแล้งเลยนะ T_T เอาเป็นว่าได้มาถึงแล้วละกัน ส่วนความสวยงามคงต้องไปจินตนาการเอาเองละ … ว่าแต่ดูจากรูปแล้วเหมือน … เหมือนกันเนอะ XD

Ubon (78)

ไปต่ออีกนิดเดียวก็เจอเป้าหมายต่อไปที่เป็นอีก 1 unseen Thailand คือน้ำตกทุ่งนาเมืองกับเถาวัลย์ยักษ์ที่ไม่ได้คาดหวังแล้วเพราะก็คงไม่มีน้ำเหมือนน้ำตกแรก แต่เอาน่า เพราะจุดขายอีกอย่างของที่นี่คือเถาวัลย์ยักษ์ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆอ่ะคือน้ำตกไม่มีน้ำ ก็เลยได้แต่ปีนถ่ายรูปกับเถาวัลย์อย่างเดียว -__-’

เถาวัลยักษ์

จริงๆเริ่มหิวกันตั้งแต่ก่อนดูน้ำตกแล้ว แต่ขอบอกว่าแถวนี้ไม่มีร้านอาหารเลย แนะนำคนที่จะมาเที่ยวยาวแถวนี้เตรียมเสบียงรองท้องมาด้วยก็จะดี เพราะร้านอาหารที่อ่านมาในเว็บว่าน่าจะพอโอเคแถบนี้ปิดกันหมด (ไม่รู้ว่าเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์หรือเปล่า หรือเพราะตอนนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว?) เลยต้องขับรถกันยาวไปจนถึงโขงเจียมเพื่อไปหาอะไรกินก่อน (จริงๆเราจะต้องผ่านผาแต้มก่อนนะ แต่อารมณ์นั้นหิวแล้ว เลยต้องขอขับเลยไปหาของกินเพิ่มพลังกันก่อน)  เป้าหมายคือแพอารยา ที่เป็นร้านอาหาร 1 ในลิสต์ที่ได้มาจากเว็บต่างๆ ไปถึงไม่มีคนเลย สั่งเมนูประเดิมไปสัก 4 อย่างมี ต้มยำปลาคัง, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม, ยำหมูยอ, กะเพราหมูสับไข่ดาวราดข้าว … ไม่อร่อยเลยอ่ะ มีกระเพราที่พอกินได้ แต่ข้าวมาอย่างแข็ง สรุปกินเหลือกันบาน เอาวะ พอประทังหิวไปก่อน -_-!

แพอารยา

กินเสร็จเดินต่อไปอีกหน่อยจะเป็นทางไปจุดชมวิวดูแม่น้ำสองสี … แต่ก็นะ เพ่งเท่าไหร่ๆมันก็ไม่เห็นเป็นสองสีเลยอ่ะ T-T … ปลอบตัวเองเหมือนเดิมว่า เอาวะ ถือว่ามาถึงแล้วละกัน ……….

Ubon (108)

เกือบจะห้าโมงละออกเดินทางทำเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกไปผาแต้มกัน (ห่างกันประมาณไม่ถึง 20 km) เพราะถ้าทำเวลาไม่ทันล่ะก็ วันรุ่งขึ้นต้องขับรถจากในเมืองกลับมาอีกทียาวเลย บึ่งรถใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที เสียค่าขึ้นอุทยาน 2 คน + รถ 1 คัน = 110 บาท … แวะถ่ายรูปเสาเฉลียงกันก่อน เพราะกะว่าถ้าลงมาจากผาแต้มแล้วคงมืดเรียบร้อยไม่ได้ถ่ายแน่ๆ

Ubon (130)

ใช้เวลาถ่ายรูปอยู่ประมาณ 10 นาทีก็ไปกันต่อได้ (สมเป็นชะแว้บทัวร์จริงๆ) ขึ้นไปถึงผาแต้มพระอาทิตย์ยังไม่ตก แต่ไม่มีรถ ไม่มีคนเลยแฮะ ดูเปล่าเปลี่ยวเอกามากๆ O_o  แต่ก็เอาวะ มาถึงแล้ว เดินลงหน้าผาไปดูภาพเขียนสีกันเลย จริงๆถ้าเดินวนรอบระยะทางทั้งหมดจะราวๆ 3กิโลฯกว่าๆ แต่ตอนที่ไปมันจะเริ่มมืดแล้ว เลยขอเดินไปจนถึงภาพเขียนสีจุดที่ 2 พอ จุดแรกนี่ผ่านไปเลยคือดูไม่ออกเลยว่าเป็นรูปวาด ส่วนสุดที่สองจะค่อนข้างชัดเจน ระยะทางเดินจนถึงจุดที่สองก็ราวๆ 800 เมตร ไป-กลับก็ 1.6 km ได้

Ubon (143)

ตอนเดินกลับก็ค่อนข้างชันอยู่เพราะต้องปีนบันไดกลับขึ้นมา พอขึ้นมาถึงพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยตกไปแล้ว เลยถ่ายรูปออกมาได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ … สรุปกันว่าไม่ค่อยมีอะไรอ่ะที่นี่ แถมดูไม่ค่อยมี security ด้วย เพราะหน้าผาค่อนข้างชัน และไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเลย ถ้าตกไปนี่ใครจะรู้ล่ะเนี่ยะ -_-”

Ubon (152)

ออกจากผาแต้มแล้วก็บึ่งกลับตัวเมืองอุบลฯกันยาวๆเลย ระยะทางก็ประมาณ 95 km ขับรถตอนกลางคืนที่นี่ยากอยู่นะ เพราะไม่มีไฟถนนเลย แถมรถที่ขับสวนกันส่วนใหญ่จะเปิดไฟสูง เพราะมองทางไม่ค่อยเห็นเหมือนกัน แถมถนนบางช่วงก็เป็นหลุมๆอีกตะหาก ใช้เวลาไปราวๆ 1:45 ชมกว่าจะถึง ณ เวลานั้นยังไม่หิวอาหารคาว แต่อยากกินของหวานมากกว่า สงสัยเพราะเสียพลังงานมาทั้งวัน ทั้งตากแดดที่สามพันโบก ปีนเถาวัลย์ ปีนผา เป้าหมายมือเย็นเลยกลายเป็นร้านเล็กนมสด ไปโดยปริยาย ด้วยความต้องการอินซูลินขั้นหนักเลยจัดกันไปเต็มๆเลย โดยเริ่มจากของกินเล่นนิดหน่อยพวกลูกชิ้นปิ้ง หนมจีบ ซาลาเปาอย่างละนิดพอเป็นพิธี … หลังจากนั้นก็ … อย่างที่เห็นทั้งน้ำ ทั้งหนมปัง … อยากบอกว่าสังขยาที่นี่อร่อยมาก กินแล้วติดใจจริงๆ แนะนำเลย ส่วนไมโลดิบปั่นก็อร่อยไม่แพ้กัน กินแล้วสดชื่นมากๆ ยิ่งกินกับ topping โกโก้ครันช์ & cornflake ด้วยแล้วยิ่งอยากเบิ้ล แต่ต้องห้ามใจไว้ ไม่งั้นพุงต้องหลามมากๆแน่ๆ เพราะแค่ขนมปังนั่นก็แย่ละ ^^”

เล็กนมสด1

เล็กนมสด2

อิ่มอ้วนถ้วนหน้า ก็กลับโรงแรมได้ ครั้งนี้เลือกโรงแรม เป็น-ตา-ฮัก (pentahug) พอดีเห็นหลายครั้งใน blueplanet ราคาไม่แพง และยังใหม่ๆอยู่ เปิ้ลจอง deluxe 2 คืน รวมอาหารเช้า + free full mini bar = 2400 บาทถ้วนๆ โรงแรมจะเข้าไปในซอยหน่อย แต่หน้าซอยมี 7-11 และท้ายซอยมี Tesco ค่อนข้างคึกคักพอสมควร ข้อเสียของโรงแรมนี้สำหรับเรามีหลักๆเลย 2 ข้อ คือ 1. ห้องไม่เก็บเสียง เวลานอนตอนดึกๆก็ได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตู คนเดินไปเดินมาตลอด 2. ปลั๊กไฟที่จะใช้เสียบชาร์จต่างๆในห้องมีแค่ 1 จุด ถ้าจะมาพักที่นี่อีกก็เอาพวกปลั๊ก 3 ตามาด้วย จะได้ไม่เซ็ง ส่วนข้อดี คือ 1. ค่อนข้างใหม่ 2. ไม่แพง 3. ใกล้ร้านสะดวกซื้อ 4. น้ำไหลแรง อาบแล้วสะใจดี 5. มีอาหารเช้าให้ แต่บอกไม่ได้ว่าอร่อยไหม เพราะไม่เคยตื่นไปกินเลย 555++

1 Feb 2013

วันนี้ตื่นมาก็จะ 11 โมงแล้ว อาหารเช้าไม่ต้องพูดถึง ข้ามไปซะ ประเดิมมื้อแรกด้วยอาหารเวียดนามในลิสต์ก่อนเลยที่ร้านกอล์ฟเฟอร์เฮ้าส์ เดี๋ยวนี้การหาสถานที่ต่างๆทำได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก มีแค่มือถือที่มี GPS ก็สบายแล้ว ไม่ต้อง print แผนที่ หรือกางแผนที่มาคอยดูกันทีละมุมถนน ขอแค่มีสัญญาณโทรศัพท์เป็นพอ ^^

มาถึงร้านตอนเกือบๆเที่ยง ด้วยความหิวเลยจัดกันไปเต็มๆทั้งแหนมเนือง, ขนมเหนียว, ก๋วยจั๊บญวณ, หมูยอทอด, ปอเปี๊ยะทอด! โดยที่ไม่รู้หรอกว่าขนาดมันจะมาแบบใหญ่ๆกันเลย เหอๆๆ … แถมรสชาติก็ถือว่าธรรมดาๆ หากินได้ทั่วไปในกทม. แต่ต้องบอกว่าก๋วยจั๊บร้านนี้ก็ใช้ได้อยู่ สมกับที่เค้าว่ามาอุบลฯต้องกินก๋วยจั๊บ เพราะว่ากินมาสองร้านแล้ว รสชาติดีทั้งสองร้าน นี่ขนาดไม่ได้ไปกินร้านดังๆยังอร่อยใช้ได้เลย … สรุปก็กินไม่หมดหรอก เหลือห่อไป กินหมดนี่ราคาเกือบๆ 500 ถือว่าราคากลางๆ ไม่ถูก ไม่แพง

golfer-house1

golfer-house2

โปรแกรมวันนี้ของเราส่วนใหญ่จะเน้นๆวัดซะมาก วัดแรกที่คุณนายเปิ้ลรีเควสเลยก็คือวัดปากน้ำ บุ่งสระพัง เพื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อเงิน บอกว่าจะได้มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ออกจากตัวเมืองไปไม่ไกลเท่าไหร่แค่ราวๆ 12 km เท่านั้น ขับรถแป๊บๆก็ถึงละ กราบขอพรเสร็จเลยขอเสี่ยงเซียมซีด้วย ได้ใบนี้โอเคเลย ประมาณว่าที่หวังน่ะช้าหน่อยแต่ได้น่าาาาา ^^

วัดปากน้ำบุ่งสระพัง

ต่อด้วยวัดที่ 2 คือ วัดภูเขาแก้ว ขับรถต่อไปอีกประมาณ 30 km อยู่ในตัวเมืองพิบูลมังสาหาร โดยจุดเด่นของที่นี่คือพระอุโบสถทำด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง สวยมาก

วัดภูเขาแก้ว

หลังจากนั้นก็แวะไปเที่ยวแก่งสะพือที่อยู่ใกล้มาก ขับรถไปไม่ถึง 5 นาที … แต่ก็เหมือนเดิม น้ำน้อยมาก … ถือว่ามาถึงแล้วๆๆๆ (บอกตัวเอง T_T)

แก่งสะพือ

ขับรถต่อไปอีกประมาณไม่ถึง 10 km ต่อด้วยวัดที่ 3 คือ วัดดอนธาตุ เป็นวัดที่หลวงปู่เสาร์ใช้บำเพ็ญ เจริญวิปัสนา ตัววัดตั้งอยู่บนเกาะกลางลำน้ำมูล เวลาจะไปต้องข้ามเรือไป แต่ใช้เวลาแค่ 2 นาที เพราะแม่น้ำไม่ได้กว้างมาก ราวๆ 100 เมตรได้ คนขับเรือก็ไม่ได้คิดค่าเรือนะ แต่จะให้เป็นสินน้ำใจก็ได้ไม่ว่ากัน .. ตัววัดดูมีความสงบ ร่มรื่นดีมาก คนที่ชอบปฏิบัติธรรมกับธรรมชาติน่าจะชอบ

วัดดอนธาตุ

จบจากวัดดอนธาตุแล้วก็หมดมุขละ เลยขับรถไปถ่ายรูปกับเขื่อนสิรินธรเล่นๆดีกว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขับรถจากวัดไปอีกเกือบๆ 40 km ได้ ก็โอเค ไม่ไกลมาก ถนนก็ไม่แย่ แต่ไปถึงแล้วก็แบบว่า เอ่ออ … ไม่เห็นมีอาราย เรามานี่เพื่อ check-in กับแวะเข้าห้องน้ำใช่ม๊ายยย ^^”

เขื่อนสิรินธร

เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขับต่อไปให้ถึงชายแดนช่องเม็กละกันขับไปอีกราว 15 km เอง เผื่อจะข้ามแดนทันไปส่องๆฝั่งลาวซะหน่อย … แต่ไปถึงตอนห้าโมงหน่อยๆละ แบบว่ายังข้ามไปฝั่งลาวได้นะ เพราะเค้าเปิดให้ข้ามได้ถึงสองทุ่ม แต่ว่าเราต้องทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวก่อนซึ่งที่ทำการปิด 16:30 เพราะไม่ได้เอา passport มา … สรุปว่าอด! อ่าๆๆๆ ช่างมันละกัน ถือว่ามา check-in กับดูบรรยากาศ ..  (positive thinking always help steady your mood for the rest of the trip ^^)

ชายแดนช่องเม็ก

ออกจากชายแดนแล้วประมาณคุยเพลิน หลงทางไปเจอทางลูกรัง แต่มองไปข้างหน้าแล้วเห็นเหมือนเป็นแม่น้ำ หรือปากอ่าว ดูสวย พอดีกับพระอาทิตย์กำลังจะตกดินเลยขับไปดูซะหน่อย ถามๆชาวบ้านที่เล่นน้ำอยู่ บอกว่าที่ตรงนี้เคยเป็นหมู่บ้าน แต่ตอนนี้หมู่บ้านจมอยู่ในน้ำ และที่เห็นอยู่ตรงหน้านี่คือเขื่อนสิรินธรนั่นเอง น่าสงสารชาวบ้านอ่ะ แต่วิวตอนพระอาทิตย์ตกตรงนี้ก็สวยจริงๆนะ

พระอาทิตย์ตกเขื่อนสิรินธร

ออกจากที่นี่ยิงยาวกลับตัวเมืองอุบลฯกันเลย เป้าหมายคืนนี้คือไปหาของกินแถวตลาดโต้รุ่งทุ่งศรีเมือง กับเดินเล่นถนนคนเดิน เอาบรรยากาศซะหน่อย … เออมันต้องอย่างนี้เส่ะ เริ่มประเดิมด้วยก๋วยเตี๋ยวมิตรสัมพันธ์ อยู่ติดถนนระหว่างตลาดโต้รุ่งกับถนนคนเดินนั่นแหล่ะ ร้านนี้อยู่ในลิสต์ด้วย อร่อยดี ไม่ผิดหวัง …  ต่อด้วยขนมตบท้ายกันในตลาด ลองชิมๆทั้งข้าวเหนียวสังขยา ขนมรังผึ้ง แต่ทีเด็ดคือแปะก้วยน้ำเต้าหู้อร่อยมาก! ถึงกับต้องกลับมาอีกรอบวันรุ่งขึ้นกันเลยเชียว … บรรยากาศถนนคนเดินก็โอเคนะ เดินย่อยเพลินๆกันได้สบาย :)

ถนนคนเดินอุบล

ออกจากนี่ยังไม่สาแก่ใจ ขอไปลองร้านนมอีกสักร้าน เคยได้ยินในเว็บบอกว่าชื่อร้าน The best farm มีเมนูนมซ่าน่าสนใจ ไปถึงลองสั่งนมสดเย็นกับนมซ่า (นม+sprite) .. ไม่ผ่านอ่ะ กินไปนิดเดียวเลิกกิน คาใจไม่ฟินเลยต้องขับรถไปต่อเล็กนมสดกันอีก 2 เมนูคือ ม็อคค่าปั่น กับ นมปั่นคาราเมล อร่อยทั้งคู่ … พอใจละ … กลับโรงแรมนอนได้ ^^

เล็กนมสด
2 Feb 2013

เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย สงสัยเพราะม็อคค่าปั่นเมื่อคืนทำเอาตาค้าง แถมยังได้ยินเสียงห้องข้างนอกเปิดๆปิดๆประตูทั้งคืน แย่จริงๆที่ห้องไม่กันเสียงจากด้านนอกเอาซะเลย -_- วันนี้เลยจะสโล๋สเล๋กว่าเมื่อวานแห่ะๆ เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมก็เที่ยงครึ่งแล้ว หิวได้ที่กันเลย ตัดสินใจว่าขอไปลองเวียดนามอีกสักร้านละกัน หลังจากเมื่อวานนี้ไม่ฟินกับแหนมเนืองร้านกอล์ฟเฟอร์เอาซะเลย … วันนี้เลยเลือกจะไปร้านสบายใจ (อยู่แถวๆเล็กนมสดน่ะแหล่ะ) เป็นร้านห้องแถวดูบ้านๆหน่อย แต่เลือกเพราะคิดว่าไอ้อะไรที่บ้านๆนี่แหล่ะ น่าจะโดนกว่าร้านใหญ่ๆดังๆ

แล้วจริงนะ อาหารที่สั่งมาวันนี้ถูกใจกว่าที่กินร้านกอล์ฟเฟอร์เมื่อวาน แถมราคาถูกกว่าครึ่ง! แต่สงสัยคงต้อง confirm ว่าแหนมเนืองเมืองอุบลฯนี่เพลนๆมาก แต่อย่างอื่นๆอร่อยอยู่นะ สรุปเอาว่าร้านสบายใจนี่โอเคเลย ทั้งรสชาติและราคา กลับมาคราวหน้าคงต้องมาซ้ำอีกแน่ๆ แถมอยู่ข้างเล็กนมสดซะด้วย มาทีต้องมาสองร้านกันเลย ^^

สบายใจ2

 

สบายใจ&เล็กนมสด

 

 

กินอิ่มเรียบร้อย แวะไปซื้อของฝากกันที่ร้านดาวทอง เลือกร้านนี้เพราะเห็นรีวิวในเว็บกันเยอะ ว่าของฝากซื้อร้านนี้กัน … ซื้อเสร็จแล้วก็ไปเที่ยวกันต่อได้ … โปรแกรมวันนี้กะเก็บวัดรอบๆเมือง เพราะไปสนามบินขึ้นเครื่องก็ตั้งทุ่มนึงแหน่ะ วัดแรกของวันนี้ (วัดที่ 4 ของทริป) คือวัดทุ่งศรีเมือง อยู่ในตัวเมือง ห่างจากร้านดาวทองที่ไปซื้อของฝากแค่กิโลกว่าๆเอง จุดเด่นของที่นี่คือหอไตร ที่สร้างอยู่กลางน้ำ

วัดทุ่งศรีเมือง

ต่อด้วยวัดศรีอุบลรัตนาราม ที่อยู่ห่างไปอีกนิดเดียว วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พระพุทธรูปคู่บ้านเมือง ที่มีมาก่อนตั้งเมืองอุบลราชธานีด้วย

Ubon (263)

ต่อกันเลย วัดที่ 6 — วัดหนองป่าพง วัดป่าที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่สร้างขึ้นโดยหลวงปู่ชา สุภทโท ภายในวัดเงียบสงบ ร่มรื่นมากๆ มีความเป็นธรรมชาติ กว้างใหญ่ ตอนที่เดินอยู่ในนั้นยังมีความรู้สึกสงบเลย ชอบบรรยากาศแบบนี้มาก มันทำให้ใจสงบได้โดยไม่จำเป็นต้องทำสมาธิอะไรเพิ่มเติมเลย … จากด้านหน้าเดินเข้ามาเจดีย์ที่บรรจุอัฐิหลวงปู่ชา ก็น่าจะราวๆ 500 เมตรได้ แต่เดินได้ไม่เบื่อเพราะอย่างที่บอกว่ามีความร่มรื่นมาก แถมระหว่างทางยังมีป้ายคำสอนของหลวงปู่ให้อ่านเป็นระยะๆด้วย

Ubon (265)

ออกจากวัดหนองป่าพงขับกลับเข้าไปในเมือง ไปจบกันที่วัดสุดท้ายของทริปนี้ คือ วัดพระธาตุหนองบัว วัดนี้สวยมาก จุดเด่นเลยคือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ที่ใช้เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตอนถ่ายรูปต้องใช้ความพยายามมากที่จะถ่ายให้ได้ครบทั้งหมด เพราะเจดีย์สูงมาก แต่ก็ไม่พ้นความพยายามนะ ฮี่ๆๆ XD

Ubon (268)

ออกจากวัดก็เริ่มเย็นหน่อยๆละ แวะไปลองเดินเล่นที่ Ubon Square ดูว่ามีอะไรบ้าง ก็จะมีร้านค้าเยอะแยะ มาเดินเล่น ฆ่าเวลาที่นี่ก่อนจะไปจบลงที่ตลาดโต้รุ่งทุ่งศรีเมือง ที่เปิ้ลรีเควสอยากกลับไปกินแปะก้วยน้ำเต้าหู้อีกสักครั้ง ไอ้เราใจดีก็จัดให้ .. แต่ก่อนกินของหวานก็แวะตบของคาวซะหน่อยด้วย หยวน steak ร้านติดถนนแถวๆนั้นแหล่ะ เห็นคนกินเยอะน่าจะมีอะไรดี สุดท้ายลงความเห็นว่าไม่โดน! แบบว่าน้ำราดมันยังไงๆอยู่นะ ราดมาชุ่มเกิ๊นแถมรสชาติเหมือนซอสเปรี้ยวหวานแฮะ ^^” เอาน่าแต่ก็ยังได้ตบท้ายแปะก้วยน้ำเต้าหู้ (ที่คิวยาวมั่กๆๆๆ) สมใจล่ะนะ

กินเสร็จอิ่มหนำ ก็บึ่งรถไปสนามบินกันเลย … ตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะ GPS พาเข้าซอย เปลี่ยวๆแคบๆ วนไปวนมา นึกว่าหลงทาง จะตกเครื่องมั๊ยตรู … สุดท้ายก็พาออกไปสนามบินทันเวลาจนได้ … แต่ยังๆๆๆตอนเอารถไปคืนกลับเจอว่าฝาครอบล้อหายไปข้าง! เวงกรรม สงสัยจะหลุดตอนพาไปเที่ยวนอกเมืองเจอหลุมๆบ่อๆตลอดทาง สรุปเสียค่าฝาครอบล้อเพิ่มไปอีกพันนึง … เอาวะปลอบใจตัวเองว่ายังดีแค่พันเดียว (positive thinking แมะ) ^^”

สุดท้ายอยากบอกว่าทริปอุบลฯนี้ไม่ได้มีอะไรประทับใจเป็นพิเศษ อาหารก็จัดว่าธรรมดาๆ จังหวัดอื่นๆมีร้านอาหารที่น่าประทับใจมากกว่า ที่เที่ยวก็ไม่ค่อยโดนมาก ไม่มีอะไรตื่นตาตื่นใจ ถามว่าจะให้กลับไปอีกไหม ต้องบอกว่าเลือกไปเที่ยวที่อื่นก่อนดีกว่า (แต่ถ้าได้ไปฟรีก็ไปนะ ไม่ได้ anti อะไร อิ อิ อิ XD)

Burger King, my all time favorite burger!

January 13, 2013 1 comment

Burger King ถือเป็นเบอร์เกอร์ที่เป็น chain อันดับ 1 ในดวงใจมาแต่ไหนแต่ไร เพราะถ้าเทียบคุณภาพและรสชาติรวมทั้งความหลากหลายแล้ว อร่อยกว่าพวก Mc Donald’s, KFC, Chester แน่ๆ (อันนี้ไม่รวม Burger ที่ไม่ได้เป็น chain อย่าง Bangkok Burger, 25 Degree, etc) จริงๆถ้าเป็นที่อเมริกานี่ Burger ที่มีสาขาทั่วๆไปเรามักจะกิน Carl’s Jr. กับ Jack in the box บ่อยกว่า คนทั่วๆไปอาจจะชอบ In-N-Out เพราะวัตถุดิบสดมาก เราก็ชอบนะ แต่ Fries ที่นี่มันห่อๆเหี่ยวๆไม่ค่อยอร่อย เลยพาลทำให้ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ไปด้วย

สั่ง set ใหญ่มา เริ่มด้วยโค้กขนาดใหญ่กับ Onion Ring … ตัว Onion Ring เราไม่ค่อยชอบแฮะ ผ่านๆ

Burger King: Onion Ring

Burger King: Onion Ring

แต่ Hashed Brown ที่นี่อร่อยมาก!! 
Burger King: Hashed Brown

มาถึงเบอร์เกอร์ เริ่มจาก Crispy Chicken Burger ไก่ด้านในกรอบนอกนุ่มใน ผักมีความสดกรอบ อร่อยมาก
Burger King: Crispy Chicken

แง้มให้ดูข้างใน ขอให้เค้าเพิ่ม bacon อีก 2 แผ่น ^^

Burger King: Crispy Chicken

มาถึง Bacon Double Cheese Burger อันนี้เป็นหมู ทั้งแป้งเบอร์เกอร์ และเนื้อหมูนุ่มมากกกกกก กัดไปเจอชีสแล้วเวลากินมันอบอวลในปาก อร่อยมาก ชอบจริงชอบจัง หมูนี่ก็อร่อยไปอีกแบบนะ สรุปว่าอร่อยทั้งเนื้อทั้งหมูเลย

Burger King: Bacon Double Cheese Burger

Burger King: Bacon Double Cheese Burger

Burger King: Bacon Double Cheese Burger

สรุป Burger King ก็ยังเป็น Burger ขวัญใจของเราต่อไปเหมือนเดิม (ถึงจะมีปันใจไปหาร้านอื่นๆบ้างประปรายก็เถอะ XD)

Kaizen Sushi & Hibashi

January 11, 2013 Leave a comment

ร้าน Kaizen Sushi นี่มาทีหลัง Sushi Masa ที่อยู่ใกล้ๆกัน แต่กำลังดังมากในโลก online เพราะมีคน review ออกสื่อค่อนข้างเยอะ ประกอบกับทางร้านเองมีการโปรโมทร้านโดยการให้ deep discount ในช่วงฉลองเปิดร้าน และยังออกดีลกับเว็บดังๆต่างๆมากมาย รวมทั้งวัตถุดิบที่ใช้คุณภาพดีจริงๆ ทำให้ดังขึ้นมาค่อนข้างเร็ว ไอ้เราเห็นกระแสแรงๆก็ต้องไปลองบ้างว่าจะดีจริงมั๊ย

ร้านนี้จะอยู่ชั้น 1 ตึก L Building ข้างโรงแรมเอเชีย ถ้ามาทาง BTS ลงสถานีราชเทวี จะสะดวกมากๆ

kaizen sushi & hibashi

เราไม่ใช่คนที่หลงไหลบอกปลาดิบ แต่จะเน้นแนวโรลซูชิมากกว่า เพราะงั้นวันนี้ก็ตั้งใจจะจัดไปตามนั้น แต่พอดีเห็นว่ามี counter ทำ Teppanyaki ด้วย เลยสั่ง Steak หมูมาเซ็ตนึงด้วย หมูนุ่มอร่อย รสกำลังดี ไม่ต้องจิ้มอะไรเพิ่มเลย

Pork Steak
ต่อด้วยโรลที่ตั้งใจมากิน จริงๆตอนเลือกนี่ตัดสินใจยากมาก เพราะโรลซูชิที่นี่มีหลากหลายมาก อยากกินไปหมด แต่สุดท้ายก็เลือกตัวเด่นสุดๆมาก่อน เริ่มด้วย Sugoi Maki กันก่อน เป็นไส้กุ้งทอด ด้านบนเป็นปูกับไข่กุ้ง กินเพลิน อร่อยๆ

Sugoi Maki

IMG_4458

 

ต่อด้วย Sexy Roll ด้านบนเป็นปลาแซลมอน แต่เราให้ Chef ช่วยเผาไฟมาให้สุกหน่อย จะได้กินได้ลื่นๆ (แบบว่าไม่ค่อยถนัดของดิบเท่าไหร่) … จานนี้มาแบบอลังการมาก กินคู่กับแป้งเทมปูระที่ราดมาด้วย อร่อยมาก

sexy roll

IMG_4459

 

สรุปมื้อนี้ต้องบอกว่าอร่อยจริงๆ คุณภาพสมราคามาก ยิ่งถ้ามีดีลหรือส่วนลดไปด้วย สุดแสนจะคุ้ม ขอแนะนำร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านโรลซูชิในดวงใจไปเลย

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 723 other followers