ดวงปี 2555 by หมอลักษณ์
จากหลายๆหมอบอกว่าปีนี้จะเป็นปีที่เราเฮงมากๆ ขอ reference ของหมอลักษณ์เป็น 1 ในนั้น … แล้วเดี๋ยวสิ้นปีมาดูกันว่าจะเป็นไง แม่นไหม ^^
ส่วนของราศีอื่นๆไปตามลิงค์นี้ http://www.thefuntong.com/content/view/86.html
++ Goodbye BB – Welcome Iphone 4s ++
ใช้ BB curve 8520 มาได้ 2 ปีพอดีๆ เพราะจำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาธันวาปี 2552 ราคาพนักงาน 9900 บาท สองปีผ่านไป ราคาตกมาเหลือประมาณ 6000 ก็โอเคนะ แต่หลังๆเริ่มขัดใจเพราะว่า BB ไม่ค่อยมี app อะไรมารองรับ แถมไอ้ 8520 นี่ก็ไม่ support 3G และตอนนี้กระแส 3G กำลังแรง รวมทั้งขัดใจเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วรูปมันแบบว่ากากกกกมาก ^^” เลยได้ฤกษ์เปลี่ยนมือถือใหม่สักทีละ spec ของ iphone 4s มีส่วนที่เปลี่ยนไปจาก iphone 4 ไม่ถือว่าเยอะมาก เน้นเรื่อง cpu แรงขึ้น กับกล้องที่เทพขึ้น แต่แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เรารอได้ละ เพราะตอนที่เริ่มอยากเปลี่ยนมือถือนั่น 4s ยังไม่ออก แต่จะซื้อ 4 ไปเลยก็กระไรอยู่ เพราะรู้ๆอยู่ว่า 4s กำลังจะเปิดตัวอยู่แล้ว ด้วย spec ที่ต่างกันประมาณนี้
|
|
Iphone 4s |
Iphone 4 |
|
Processor |
Dual-core Apple A5 |
Apple A4 |
|
Display |
3.5-inch IPS 960 x 640 |
3.5-inch IPS 960 x 640 |
|
Primary camera |
8 megapixel AF with flash and |
5 megapixel AF with flash |
|
Secondary camera |
VGA at 30fps |
VGA |
|
Video recording |
1080p at 30fps, optional |
720p at 30fps, optional iMovie |
|
Cellular |
Hybrid GSM / CDMA “World |
Quadband GSM, pentaband HSPA |
|
WiFi |
802.11b/g/n |
802.11b/g/n |
|
Orientation sensing |
Accelerometer, digital |
Accelerometer, compass, |
|
FaceTime video calling |
Yes |
Yes |
|
SIM standard |
Micro SIM |
Micro SIM |
|
Battery life |
Up to 8 hours talk time |
Up to 7 hours talk time |
|
3G |
3G |
|
|
Up to 14 hours talk time on 2G |
Up to 14 hours talk time on 2G |
|
|
Up to 6 hours data on 3G |
Up to 6 hours data on 3G |
|
|
Up to 9 hours data on |
Up to 10 hours data on |
|
|
Up to 40 hours audio |
Up to 40 hours audio |
|
|
Up to 10 hours video |
Up to 10 hours video |
|
|
Up to 200 hours on standby |
Up to 300 hours on standby |
|
|
Weight |
140 grams / 4.9 oz |
137 grams / 4.8 oz. |
|
Dimensions |
115.2 x 58.6 x 9.3mm |
115.2 x 58.6 x 9.3mm |
iphone 4s นี่ตอนแรกมีเปิดให้พนักงาน dtac จอง online ด้วย แต่ต้องอาศัยโชคนะ เพราะมี lot แรกให้พนักงานแค่ 100 เครื่อง แต่ไม่ได้ราคาพิเศษ จองไปด้วยแหล่ะแต่ไม่ได้ … แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ เพราะเวลาเดียวกัน apple ประกาศให้สั่งซื้อผ่าน apple store online ได้เลย ราคาถูกกว่าซื้อศูนย์อีก เรากะโดมก็เลยจัดกันไปคนละเครื่อง ของเราสั่งสีดำ 16 GB (20,900) ส่วนของโดมสั่งสีขาว 32 GB (24,900) ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่าศูนย์เครื่องละ 1,550 เพราะ 16 GB เครื่องศูนย์ 22,450 (หรือพนักงานก็ราคาเดียวกัน) … กดสั่งซื้อไปตอนเย็นวันที่ 19 Dec 2011 ทั้ง 2 เครื่อง ห่างกันเครื่องละครึ่งชั่วโมง ได้ order confirm พร้อม delivery period 29 Dec 2011 – 6 Jan 2012 ของโดมที่กดสั่งไปก่อนได้รับของวันที่ 5 Jan 2012 ส่วนของเราได้วันที่ 6 Jan 2012 โดย ship ออกมาจาก singapore by DHL สามารถ track status ของ shipment ได้แบบ online แบบค่อนข้างละเอียดเลย อย่างของเราให้ส่งไปที่อู่ พอ check online ปุ๊บก็สามารถบอกได้เลยว่าของถึงตอนกี่โมง และใครเป็นคนรับของ ^^
พูดถึงเรื่อง packaging เราว่าเค้า pack มาได้ดีมาก เพราะแกะกล่องออกมาจะเห็นว่ามีพลาสติกยึดเอาไว้กับตัวกล่องไม่ให้โยกไปมา ส่ว่นอุปกรณ์ที่มีให้มาก็จะมีหัวชาร์จ/สาย usb/หูฟัง/คู่มือ ส่วนตัวเครื่องจะมีแผ่นกันรอยแปะมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง … ก่อนใช้งานก็ต้องไปศูนย์ dtac ขอ micro sim ก่อน โดย sim เก่าเราเป็น atmsim เพราะงั้นตอนขอ sim ใหม่ก็ต้องบอกเค้าว่าขอเป็น micro atmsim ไม่งั้นพนักงานก็จะให้ micro sim ธรรมดาๆมาแทน
ก่อนที่จะ switch เครื่องก็ต้องทำการ backup พวก contacts ทั้งหลายแหล่ก่อน … อันนี้ยุ่งยากนิดหน่อย เพราะว่า contacts ใน BB เรามีที่เก็บไว้ใน account ของ gmail กับ account ของ mail ที่ทำงาน เพราะงั้นเราเลยต้องทำหลาย steps หน่อย
1. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก bb ไป gmail
2. ใช้ google sync เพื่อ sync contacts จาก gmail ลง iphone
3. ใช้ itune บนเครื่องที่เก็บ outlook contacts เพื่อ sync contacts ที่เหลือลง iphone
ขำตัวเองตอนรับสายแรก หลังจากเสียบ sim แล้ว turn on iphone คือพอดีแม่โทรเข้ามา เราก็รับ แต่กลายเป็นเราไม่ได้ยินอะไรเลย ฮัลโหลอยู่สองสามที เลยนึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะเป็นเพราะแผ่นปิดกันรอย เลยลอกออก ถึงจะฟังได้ 555++ หลังจากนั้น ก็เลยรีบไป fortune ติดฟิล์มกันรอยซะ ทั้งด้านหน้าด้านหลัง แล้วก็ซื้อเคส จะได้สมบุกสมบันได้อย่างสบายใจ
หลังจากใช้งานมาได้สักอาทิตย์นึง เราก็ชอบนะ app มีให้โหลดเยอะดี หน้าจอสวย ถ่ายรูปสวย หัดใช้งาน Siri ก็สนุกดี ขัดใจอยู่เรื่องแบตนี่แหล่ะ ที่สูบเร็วมาก ไม่ค่อยได้เล่นอะไรเท่าไหร่นี่ใช้งานประมาณ 8:00 – 14:00 แบตก็จะเหลือประมาณ 20% แล้ว แถม ios 5.0.1 นี่ยังไม่มี option ให้ปิด 3G ด้วย คงต้องรอ version หน้าที่น่าจะมี (เพราะตอนนี้ version beta มี option ให้ปิดได้แล้ว) สรุปว่าถ้าแก้ไขเรื่องแบตหมดเร็วได้นี่จะแจ่มมากๆ
Cambodia: โตนเลสาป-นครวัด-นครธม-บันทายศรี-ตาพรหม-พนมบาเค็ง [16-18 Dec 2011]
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ช่วงปลายปีแบบนี้เกิดอยากจะไปเที่ยวสไตล์ลุยๆบ้าง อาจจะเป็นเพราะว่าที่ผ่านมามีแต่ trip แบบชิลๆมาตลอด แบบเน้นพักผ่อน กิน นอนอย่างเดียว ไม่ค่อยได้อะไร 555++ ปลายปีที่อากาศเริ่มเย็นๆแบบนี้เลยอารมณ์บรรเจิดว่าอยากไปเที่ยวแบบลุยๆสักหน่อย หรือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรไปในหน้าร้อน (ไม่งั้นอาจจะเกรียมได้) ณ ตอนนั้นก็คิดถึงนครวัด-นครธม ขึ้นมาได้เลยทันที เพราะว่ามีคนพูดกรอกหูว่าอยากไปๆๆๆๆมาหลายรอบแล้ว งั้นจัดที่นี่ไปเลยแล้วกัน ไอเดียบรรเจิดปุ๊บก็เสนอไอเดียนี้กับนู๋เปิ้ลก่อนเลย รายนั้นดีใจใหญ่ อิ อิ ก็จะได้ไปทริปที่อยากไปมาตั้งนานแล้วนิเนอะ ชวนนู๋เปิ้ลได้เรียบร้อยก็ไปชวนเจ๊ปู เจ๊พู่ ต่อไป สรุปทุกคนโอเค จะไปกัน 4 คนล่ะ มันส์แน่ทริปนี้
การแพลนทริปนี้ไม่มีอะไรเลย เพราะเลือกที่จะซื้อทัวร์ไป แบบว่าไม่มีเวลามานั่งจัดโปรแกรมอ่ะนะ พอมีวันหยุดก็อยากเที่ยวสบายๆมีคนบริการ ให้มาแพลนเอง อาจจะทั้งเสียเวลาและโดนหลอกเอาได้ง่าย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มักจะตั้งโก่งราคาของไว้เยอะๆ อีกอย่างไปกับทัวร์เค้ามักจะมีดีลกับสถานที่ต่างๆไว้อยู่แล้ว ราคาจะถูกกว่าเราจองไปเอง รวมทั้งเรายังได้สิทธิ์ VIP ในสถานที่ต่างๆอีกด้วยนะ เช่นตอนผ่านด่านชายแดน ตอนซื้อตั๋วเข้าสถานที่ต่างๆ ตอนไปกินข้าว etc
ทัวร์ที่เลือกนี่ตอนแรกก็ลอง search ใน google เจอ TourCambodia เจอทริปวันที่ 16-18 แล้วดูว่าเวลามันเหมาะๆกำลังดี กะนั่งรถตู้จากกทม.ไปเลย ไม่ต้องขับรถเอง 5900 ต่อคน สรุปโทรไปปุ๊บเค้าบอกว่าต้องหาคนมาให้ครบ 8 คน ถึงจะจัดได้ -_- เป็นเซ็ง ทีนี้เปิ้ลเลยไปได้ contact ของพี่นักข่าวที่แฟนเค้าจัดทัวร์อยู่ที่อรัญประเทศ บอกเค้าไปว่าจะไป 4 คนเค้าให้ราคาพิเศษคนละ 5000 เป็นทัวร์ส่วนตัวด้วย แต่ต้องขับรถไปเอง พวกเราก็โอเคเลย พี่พู่บอกว่าจะขับรถไปให้เอง … แต่พออาทิตย์สุดท้ายก่อนจะไป คุณย่าของพี่เค้าไม่สบาย เลยไปไม่ได้แล้ว >_< สุดท้ายเลยขับน้องแจสไปกันเองกับเปิ้ล ลุยกันแค่สองคนเนี่ยะแหล่ะ ทางทัวร์เค้าเห็นว่าเหลือแค่ 2 คนแล้ว เลยขอขึ้นราคานิดนึงเป็น 5500 ต่อคน เราว่าดูแล้วราคาก็โอเคนะ เพราะเป็น private ไม่ต้องไปจอยกลุ่มอื่น
16 Dec 2011
5:50 รับนู๋เปิ้ลที่บ้านแล้วออกเดินทางไปอรัญประเทศ จ.สระแก้วเลยยย นู๋เปิ้ลน่าสงสาร+อึดมาก เพราะเมื่อคืนอยู่งานเปิดตัว Iphone 4s ของ Truemove ที่ paragon ถึงตีสองกว่าได้มั๊ง เพิ่งได้นอนไป2-3 ชั่วโมงเอง แต่รายนี้เพื่อการท่องเที่ยวแล้ว ชีอึดจริงๆ 555++
8:45 ถึงบริษัททัวร์ อรัญ -ศรีโสภณ ทราเวล เราก็เอารถเข้าไปจอดไว้เลย บริษัทเค้าเหมือนเป็นบ้านคนที่มีบริเวณกว้างมากๆ จอดรถได้หลายสิบคันสบายๆ จัดการจ่ายจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็จะมีรถตู้พาไปส่งที่ด่านตรงโรงเกลือ ไปถึงก็จะมีคนมารับเราเพื่อพาข้ามแดน … ตอนเดินผ่านตม.ที่นี่สิ เข้าไปเห็นมีแถวยาวๆรอตรวจ passport อยู่ นึกว่าต้องรอคิว สรุปน้องคนที่มารับพาเดินตัดหน้าคิวไปเลย แล้วบอกว่า VIP ประหยัดเวลา แต่รู้สึกผิดกับคนที่รอคิวอยู่จริงๆ เลยหันไปขอโทษเค้าสักหน่อย เค้าก็ดียิ้มให้ด้วย เหมือนชินแล้วประมาณนั้น ^^”
10:00 พอข้ามด่านไปแล้วน้องก็พาไปขึ้นรถตู้เก่าๆคันนึง สภาพห่วยมาก -_- เราก็คิดอยู่ในใจว่าต้องนั่งไอ้คันนี้ไปถึงเสียมเรียบเลยเหรอเนี่ยะ จะรอดมะฟะ … แต่สุดท้ายจริงๆขับไปแค่ประมาณ 10 กว่ากิโลฯรถก็ไปจอดที่ขนส่งใหม่ของเขมรเพื่อเปลี่ยนรถอีกที (ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเปลี่ยนรถที่นี่ แต่ถามๆน้องเค้าไปก็ดูไม่มีคำตอบอะไร เลยช่างมันก็ได้ฟะ) … รถคันใหม่ก็เป็นรถตู้นะ แต่สภาพดีกว่าคันแรกเยอะอยู่ คันนี้ค่อยโอเคหน่อย … ขึ้นรถคันนี้ปุ๊บก็หลับไหลกันทั้งเราทั้งเปิ้ล เราอ่ะหลับๆตื่นๆ แต่นู๋เปิ้ลนี่ยาวววววว สมกับที่แทบไม่ได้นอนเมื่อคืน
12:00 ถึงเสียมเรียบแล้ว ทางทัวร์พาไปทานอาหารเที่ยงแบบ buffet ก่อนเลย ที่ Tonle Chaktomuk อาหารก็แปลกๆแต่เราก็สามารถกินจนอิ่มได้ สงสารก็แต่นู๋เปิ้ลที่แทบจะทานอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ^^”
ทานเสร็จเรียบร้อยคนขับรถก็พาเราไปส่งที่โรงแรม Angkor Riviera ซึ่งจะเป็นโรงแรมที่เราอยู่ตลอด 2 คืนที่นี่ หลังจากไปถึงโรงแรม guide ของเราก็จะมารออยู่แล้วที่นี่ (ถึงตรงนี้หมดหน้าที่คนขับรถคนแรกละ เพราะตั้งแต่นี้ไปจะเปลี่ยนคนขับเป็นอีกคน) เราก็ทำความเข้าใจเรื่องโปรแกรมของวันนี้แล้วก็ตกลงกันว่าเดี๋ยว 15:30 ค่อยมาเจอกันอีกทีเพื่อไปโตนเลสาปกัน พอเข้าไปในห้องก็รู้สึกว่าห้องดูเล็กไปหน่อย แต่ก็สะอาดดี TV มีช่องจากเมืองไทยครบเลย มี Truevision ด้วย ข้อดีอีกอย่างคือโรงแรมอยู่ใกล้ pub street ในระยะเดินไปได้สบายๆ(ราวๆ 2-300 เมตร)
พอ 15:30 เราก็แต่งตัวลงไปพบ guide เพื่อไปโตนเลสาป ที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขับรถออกจากตัวเมืองเสียมเรียบไปประมาณ 10 กว่ากม. พอไปถึงทาง guide ก็จัดการเหมาเรือให้เรานั่งกันไปชมในโตนเลสาปกัน ดูชีวิตของคนที่อยู่ในน้ำ ระหว่างทางที่นั่งเรือชมวิว จะเห็นบ้านที่สร้างอยู่บนน้ำ (จริงต้องเรียกว่าเป็นห้องๆมากกว่าบ้าน) บางทีห้องเล็กๆห้องนึงมีคนอยู่ 4-5 คน ผู้คนใช้น้ำในทะเลสาปในชีวิตประจำวัน รวมทั้งการขับถ่ายก็ลงน้ำด้วยเหมือนกัน ^^” ระหว่างทางที่ล่องเรือไปจะมีเรือพายมาเทียบเพื่อขอขายของบ้าง ขอเงินบ้าง สลับๆกันไป ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กๆ เราทึ่งเด็กพวกนี้มาก ดูแกร่งและคล่องตัวมากๆ ว่ายน้ำกันเก่งๆทั้งนั้น เพราะบ้านอยู่บนน้ำตั้งแต่เด็ก มีโรงเรียนที่สร้างอยู่บนน้ำด้วย ตอนไปก็เห็นมีเด็กๆกำลังพายเรือกลับจากโรงเรียนพอดี ทางไกด์บอกว่าเด็กที่เขมรนี่จะเลือกได้ว่าจะเรียนภาคเช้าหรือภาคบ่าย ไม่ได้เรียนเต็มวันเหมือนบ้านเรา เพราะอีกครึ่งวันจะต้องมาช่วยที่บ้านทำงานหารายได้ ส่วนเรื่องค่าเล่าเรียนวันไหนไปเรียนก็เอาเงินไปให้ครูเป็นวันๆไป ไม่ได้จ่ายเป็นค่าเทอมเหมือนบ้านเรา! ส่วนคนที่เขมรแต่ละคนก็จะมีอาชีพกันอย่างน้อย 2 อาชีพ เพราะถ้าทำงานๆเดียวจะไม่พอใช้ … โหยดูชีวิตลำบากมาก คนไทยเราดูภาพรวมแล้วโชคดีกว่าเค้ามากมาย ถ้าเจออุปสรรคอะไรบ้างก็คงต้องคิดว่ายังไงก็มีคนอีกเยอะนะ ที่ลำบากยิ่งกว่าเราอ่ะ
นั่งเรือชมวิวกันได้สักชั่วโมง ก่อนกลับมีแวะดูจรเข้กลางทางด้วย แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไร ฟาร์มจรเข้บ้านเราอลังการงานสร้างกว่าเยอะ ชมวิวเสร็จจริงๆก็ประมาณ 5 โมงเย็นละ
ก่อนไปทานอาหารเย็นไกด์พาไปไหว้องค์เจ็ก-องค์จอม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเมืองเสียมเรียบซะหน่อยก่อน ใกล้ๆเป็นสวนสาธารณะ ด้านหลังเป็นโรงแรมหรูเก่าแก่ของเมืองนี้
เสร็จเรียบร้อยก็ไปทานอาหารไทยกัน มื้อนี้ท่าจะถูกปากนู๋เปิ้ลที่สุดแล้ว ก็มีไข่เจียวของตายมาให้ด้วย ค่อยยังชั่วหน่อยเนอะ 555+ ทานเสร็จก็บอกไกด์ว่าให้ไปปล่อยลงแถว pub street เพราะจุดมุ่งหมายที่มาทริปนี้คือเราอยากลองเบียร์เขมร (หรือ Angkor beer) แล้วก็อยากไปเดินเล่นดู night life ของชาวเขมรด้วย ไปถึงก็เดินซื้อของฝากก่อนเลยในตลาดซาจ๊ะ ของที่นี่ต้องต่อเยอะๆ บางทีเห็นว่าราคามันถูกอยู่แล้ว แต่ก็ยังต่อลงไปได้อีกหลายสิบ % นะ
ส่วน Beer Angkor สำหรับเราซึ่งปกติไม่ใช่เป็นคนที่กินเบียร์เลย ลองกินไปก็รู้สึกว่ามันกินง่ายนะ น่าจะคล้ายๆสิงห์ของบ้านเรา ส่วนราคาการนั่งชิลล์ของร้านใน pub street นี่ก็ถูกนะ เบียร์ขวดใหญ่ขวดละ 2$ แต่ว่ามีถั่วให้กินฟรี เติมเท่าไหร่ก็ได้ น้ำแข็งก็ฟรี ไม่มี ++ นั่งจิบเบียร์มองคน (ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง มีเกาหลีแจมๆบ้าง) เดินไปเดินมาก็โอเคเลยนะ สรุปมานั่งดูคนที่นี่ 2 คืนติดเลย วันแรกสั่ง Angkor beer แบบขวดใหญ่ 1 ขวดเล็ก 1 (เพราะเคยได้ยินว่าเบียร์ขวดเล็กอร่อยกว่า ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย!!) ส่วนวันที่สองมาลองเป็น Angkor draft beer สุดท้ายฟันธงให้กับขวดเล็ก รสชาติเจ๋งสุด ^^
ชิมเบียร์เสร็จเป็นอันจบวันนี้ กลับโรงแรมนอนยาวววววววว 555++
17 Dec 2011
ตื่นมาตอนเช้าไปทานอาหารเช้าก่อน … อาหารเช้าโรงแรมนี้เป็น buffet แบบโรงแรมทั่วไป รสชาติธรรมดาๆแต่มื้อเช้าเราก็ไม่เน้นอยู่แล้ว แต่ที่ขัดใจมากคือกาแฟ แบบว่าห่วยมากกกก -_- เลยกินแบบเร็วๆเสร็จก็ไปลุยต่อ วันนี้เรามีภาระกิจการไปตะลุยปราสาททั้งหลายรออยู่ ^^ ขอสรุปแบบเร็วๆ (เพราะรายละเอียดก็ไม่รู้เหมือนกัน แห่ะๆ)
#1 ปราสาทบันทายศรี ภาษาเขมรแปลว่า “ป้อมแห่งสตรี” เป็นปราสาทที่สร้างด้วยหินสีชมพู การแกะสลักปรานีต ละเอียด แล้วก็สวยมาก ปราสาทนี้อยู่ห่างตัวเมืองออกมาประมาณ 30 กิโลฯ
#2 ปราสาทตาพรหม ปราสาทนี้เด่นมากๆที่รากของต้นสะปง(ต้นสำโรง) ที่มีขนาดใหญ่อลังการมาก เป็นฉากในหนังเรื่อง Tomb Raider ซะด้วย งานนี้เลยถ่ายรูปรากไม้ซะเป็นส่วนใหญ่ ถ่ายเยอะยิ่งกว่าตัวปราสาทซะอีก 555
#3 ปราสาทบายน-นครธม เอกลักษณ์ของปราสาทนี้คือ ภาพสลักหินใบหน้าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 หน้าบนยอดของปรางค์
พอดูปราสาทนี้เสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปที่ประตูทางเข้านครธม จะมีรูปยักษ์และเทวดาอยู่คนละฝั่งกัน ประตูทางเข้ามีทั้งหมด 5 ประตู แต่เราไปถ่ายที่ประตูทางทิศใต้ ก่อนที่จะไปทานข้าวเที่ยงกัน (ที่รสชาติก็ธรรมดาๆจืดๆตามเคย แต่ก็กินได้อยู่นะ เราเป็นประเภทกินง่ายอยู่ง่าย ^^)
#4 ปราสาทพนมบาเค็ง จริงๆปราสาทนี้เค้านิยมขึ้นมาดูบรรยากาศตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก แต่ไกด์บอกว่าตอนเย็นคนจะเยอะมากๆๆๆๆ เราเป็นประเภทไม่ชอบเบียดๆคน ไม่ชอบความแออัดอยู่แล้ว เลยบอกว่าไม่เน้นพี่ เอาแค่ให้ได้มา ตอนไหนก็ได้อ่ะที่คนไม่เยอะ สรุปเลยมาซะตอนนี้เลย เพิ่งกินข้าวเสร็จมาเดินขึ้นเขานี่ก็เหนื่อยอยู่เหมือนกันนะ เพราะเดินขึ้นเนินยาวเลย เดินขึ้นเนินเสร็จยังต้องปีนบันไดขึ้นไปบนยอดปราสาทด้วยนะ ถ้ามาคนเยอะๆแน่นๆคงเซ็งอ่ะ บนนี้จะเห็นวิวทุกทิศเลย มองเห็นปราสาทนครวัดได้ด้วย ส่วนบนของปราสาทจะมีศิวลึงค์อยู่ด้วย
#5 ปราสาทนครวัด เป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่มากมาย ตัวปราสาทจะมีน้ำล้อมรอบ ทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาทก็ยาวเหยียดทำให้รู้สึกว่ามันอลังการงานสร้างจริงๆ ศิลปกรรมภายในก็ปราณีตมาก จะมีกำแพงที่เขียนเรื่องราวของรามเกียร์ติ์ รวมทั้งมีนางอัปสราอยู่ทั่วปราสาทไปหมด สังเกตุดูจะเห็นว่าหน้าอกของนางอัปสราเงาวับเลย จากที่เดินดูแล้ว เราประทับใจกับความอลังการของนครวัดจริงๆ มันทั้งยิ่งใหญ่และมีความละเอียดในการแกะสลักแต่ละส่วนๆจริงๆ
ออกจากนครวัดแล้วพวกเราก็เหนื่อย + เหนียวตัวกันมากๆ เลยบอกไกด์ว่าจะขอกลับไปอาบน้ำ+นอนพักที่โรงแรมก่อนอาหารเย็นนะ กลับถึงโรงแรมเรามีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อนอนเอาแรงกัน เพราะการตระเวณปราสาททั้งหมดในวันเดียวก็อาศัยกำลังใช่ย่อยอยู่เหมือนกัน (แต่เรายังไหวกันอยู่ แสดงว่าโออยู่นะ 555)
สำหรับอาหารเย็นวันนี้ ไกด์พาไปภัตตาคารขนาดใหญ่ที่เป็น buffet มีโชว์นางอัปสรา และโชว์ร่ายรำอื่นๆให้ดูระหว่างทานอาหารด้วย อาหารรสชาติเบๆ เน้นความหลากหลาย แต่คนเยอะมาก น่าจะเพราะมี group ทัวร์อื่นๆ (โดยเฉพาะทัวร์จีน) มาลง ทำให้ล้งเล้งมากมาย -_- แต่ก็เอานะ กินข้าวดูโชว์ไปด้วยก็ได้บรรยากาศอีกแบบนึง ใช้ได้อยู่ … หลังจากนั่งดูโชว์เรียบร้อยก็ให้ไกด์ไปส่งที่ pub street เหมือนเดิม วันนี้ต้องบอกลาไกด์ละ เพราะพรุ่งนี้จะมีแค่คนขับรถอีกคนมารับเราไปส่งที่ด่าน เลยทิปให้ไกด์ไป 10$ ส่วนคนขับรถคนนี้ก็อยู่กับเรามาตั้งแต่เย็นเมื่อวานนี้ รวมแล้วก็วันนึงเต็มๆ ก็เลยให้ไป 4$ เพราะคนขับคนนี้ดีมาก มีน้ำเปล่าคอยให้บริการระหว่างทางด้วยนะ
พอถึง pub street แล้วเราก็ไปลองร้านนวดกันซะหน่อย ประมาณชั่วโมงนึง … ที่นี่มีร้านนวดเยอะมากๆ ติดป้ายนวดครั้งละ 1$/10 นาที นวดกันข้างถนนเลยก็มี แต่อันนั้นจะเน้นนวดเท้า … นวดเสร็จแล้วไปลอง draft beer ที่ร้านเดิม เสร็จแล้วกลับโรงแรมนอนได้ หลับสบาย XD
18 Dec 2011
วันนี้วันสุดท้ายแล้ว โปรแกรมไม่มีอะไรเลย กินข้าวเช้าแล้วมุ่งหน้ากลับชายแดนอย่างเดียว เลยขอนัดเค้าเลทๆหน่อย กินข้าวเช้าเบาๆเสร็จประมาณเกือบ 10 โมงก็ check-out แล้วก็นั่งรถกลับชายแดนเลย ไปถึงก็ราวๆเที่ยงแหล่ะ โปรแกรมตอนนี้คือไปกินข้าวใน Tropicana Casino (buffet again) แต่ตอนนั้นไม่หิวเลย เลยแทบไม่ได้แตะอาหาร คงเพราะรู้สึกปวดท้องตุ่ยๆมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วด้วย เลยไม่มีความอยากอาหาร เลยกินแบบเร็วๆแล้วก็ออกจากคาสิโน น้องเค้าก็พาผ่านข้ามจากปอยเป็ตกลับเข้าฝั่งไทย
โปรแกรมสุดท้ายของเราก็คือ shopping โรงเกลือ! ก็นัดน้องเค้าไว้ว่าจะเดินเล่นประมาณสองชั่วโมงแหล่ะ เดินในตลาดแล้วรู้สึก amazing มากๆแบบว่ากระเป๋าก็อป ทั้งหลุย, prada, burberry, lacoste, kipling, เกลื่อนเต็มตลาดไปหมด เยอะจนเลือกไม่ถูก นู๋เปิ้ลดูซีเรียสมาก บอกว่ามันต้องใช้เวลาในการเดินดูนะเนี่ยะ สองชั่วโมงไม่พอ! สรุปเลยแยกกันเดินน่าจะเร็วกว่า เรา Shopping แบบเร็วๆ ได้ของฝากน้องๆที่ทำงานกับแม่มา แล้วก็เดินเล่นถ่ายรูป จนถึงเวลานัดก็ไปขึ้นรถกลับบริษัททัวร์เพื่อไปเอารถที่ฝากจอดไว้ แล้วก็บึ่งรถกลับกทม.เลย
ระหว่างทางกลับกทม.เราเริ่มปวดท้องมากขึ้นๆ ส่วนเปิ้ลเองก็เริ่มปวดตามๆกันมา นึกไม่ออกว่าอาหารอะไรที่กินไปแล้วทำให้อาหารเป็นพิษ สุดท้ายกลับมาถึงกทม.เราปวดท้องข้ามคืน ท้องเสียไป 2-3 ครั้ง แต่วันรุ่งขึ้นก็หาย ส่วนเปิ้ลเองเป็นหนักกว่าถ่ายท้องทั้งคืน อาเจียรอีกตะหาก ใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะหาย -_- ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอาหารอะไรคือสาเหตุ … หรือมันจะเป็นเพราะอังกอร์เบียร์!!!
สรุปทริปเขมรครั้งนี้: ถามว่าชอบไหม ชอบเลยล่ะ เพราะจริงๆเราก็ชอบดูอะไรโบราณยิ่งใหญ่ๆยังงี้อยู่แล้ว ราคาก็ไม่แพงด้วย การไปเป็น private tour มันดีมาก เพราะเวลาขึ้นอยู่กับเรา ทำอะไรได้สบายๆ ส่วนเรทราคาที่ได้มาก็ไม่หนีกับการไป group tour เลย เราเป็นประเภทไม่ได้ชอบเดินเก็บดีเทล์ของแต่ละสถานที่อยู่แล้ว เลยไม่ worry กับที่หลายๆคนบอกว่าไปกับทัวร์จะได้เที่ยวแบบชะแว้บๆ เรากลับคิดว่าดีอ่ะ ไปกับทัวร์ไม่ต้องมานั่งเตรียมการเองทุกๆอย่าง แค่คิดเรื่องการแพลน การจัดการนู่นนี่นั่นก็เซ็งแล้ว กลับมาแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจ อยากไปเที่ยวทริปต่อๆไปแล้ว 555 ติดลมซะแล้วเรา (อ้าวก็เที่ยวมันหนุกกว่าทำงานนี่นะ ใครไม่ชอบบ้าง) XD


































